อย่างที่เกริ่นไปเมื่อตอนที่แล้วค่ะ
ตอนนี้จะมาสรุปข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยวยุโรป
ข้อมูลเรื่องวีซ่า
UK visa
- ขอวีซ่าผ่าน VFS ตัวแทนรับคำร้องของสถานทูตอังกฤษค่ะ ข้อมูล http://www.vfs-uk-th.com/
- ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เตรียมเอกสารให้พร้อม อันได้แก่ แบบฟอร์มขอวีซ่าท่องเที่ยว VAF1, พาสปอร์ต, สำเนาพาสปอร์ต, พาสปอร์ตเล่มเก่า (ถ้ามี), ภาพถ่ายสี หน้าตรง พื้นหลังขาว ขนาด 35x45mm, สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, หนังสือรับรองการทำงาน, หลักฐานทางด้านการเงิน เช่น สมุดบัญชีเงินฝากตัวจริง และสำเนา, เอกสารการถือครองอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน, และเตรียมเช็คเงินสดสำหรับค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าค่ะ และก็แนบรายละเอียดการเดินทางโดยละเอียดตามที่เราวางแผนไว้ด้วยนะคะ
- ดาวน์โหลดเช็คลิสต์ค่ะ http://www.vfs-uk-th.com/images/VisitSocial.pdf
- แบบฟอร์มการขอวีซ่า สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.ukvisas.gov.uk/en/howtoapply/vafs
- ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า http://www.vfs-uk-th.com/thai/visafees.aspx
- สำนักงานอยู่ชั้น 2 อาคารรีเจนท์เฮ้าส์ ถนนราชดำริ ถ้าไปโดยรถไฟฟ้า ลงสถานีราชดำริ เดินต่อไปทางสีลมนะคะ
- ต้องไปด้วยตัวเองนะคะ เพราะว่าจะต้องมีการถ่ายรูป และสแกนลายนิ้วมือ
- ควรขอล่วงหน้า 1-2 เดือนค่ะ ยิ่งช่วงหน้าท่องเที่ยวจะช้ามากค่ะ
Schengen visa ของประเทศฝรั่งเศส
ข้อมูลประเทศอังกฤษ
เราหาข้อมูลจากเพื่อนๆ ในห้อง blueplanet ก่อนค่ะ เป็นแรงบันดาลใจว่าเราอยากไปที่ไหนบ้าง
ประกอบกับซื้อหนังสือมาอ่าน เราเลือกหนังสือเที่ยวไม่ง้อทัวร์ค่ะทั้งลอนดอนและปารีส
แล้วค่อยเริ่มหาอย่างจริงจัง จากเวปไซต์อื่น ๆ เพิ่มเติม
ส่วนสก๊อตแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม อาศัยแค่ข้อมูลคนอื่นและเวปไซต์ต่าง ๆ ข้อมูลเลยไม่ค่อยแน่นเท่าไหร่ค่ะ
การเดินทางในประเทศอังกฤษ
ฝากกระเป๋า
การเดินทางระหว่างประเทศ
ข้อมูลประเทศเนเธอร์แลนด์
ข้อมูลประเทศเบลเยี่ยม
ข้อมูลปารีส
ที่พัก
- http://www.hostelworld.com/
- http://www.hostelbookers.com/
- ลอนดอน เราพักที่นี่ค่ะ http://belgravehousehotel.com/ ก็ใช้ได้ แต่ไม่ได้ดีมากอย่างในหนังสือบอก อาหารเช้ามีพวกคอนเฟล็กซ์ ขนมปังปิ้ง โลเคชั่นอยู่ย่าน Victoria สามารถเดินไปจุดต่าง ๆ ได้ไม่ไกลค่ะ แล้วก็สะดวกในการเดินทางโดยรถโค้ชด้วย
- Edinburgh พักที่ Edinburgh Backpacker จองผ่าน Hostelworld ห้องไม่ใหญ่ แต่ว่าดูดีใช้ได้นะคะ ไม่มีอาหารเช้า โลเคชั่นดีค่ะ เดินไป castle สะดวกดีค่ะ
- Liverpool พักที่ http://www.internationalinn.co.uk/ ห้องใช้ได้เลยค่ะ สะอาดดี เตียงนุ่มมาก อาหารเช้ามีขนมปังปิ้งอย่างเดียว
- Amsterdam พักที่ http://www.hotelhortus.com/ จองผ่าน hostelbookers อาหารเช้ามีไข่ดาว ขนมปังปิ้ง ไม่ใกล้ Centraal เท่าไหร่ แต่ก็เดินได้ค่ะ
- Rotterdam พักที่ Hotel Baan ห้องใหญ่ค่ะ ห้องน้ำมีกลิ่นเล็กน้อย แต่ก็สะอาดดีค่ะ อาหารเช้าดีหน่อยมีขนมปัง แฮมชนิดต่าง ๆ อยู่ค่อนข้างไกลจาก Centraal ต้องนั่งใต้ดิน หรือ tram ค่ะ
- Brussels พักที่ Residence La Sablonnière จองผ่าน hosterworld ไม่มีอาหารเช้า ไม่ไกลจาก center เท่าไหร่ ถ้าดูจากสถานีรถไฟใต้ดิน ก็ 3 สถานี แต่เดินได้ค่ะ
- Paris พักที่ Luna-Park Hotel จองผ่าน hostelworld ไม่มีอาหารเช้า ไม่ไกลจากย่านใจกลางเมืองนัก ก็นั่งเมโทรเข้าเมืองเอาค่ะ เพื่อนบอกว่าอยู่ปารีส พักที่ไหนก็ได้ เมโทรถึงทุกที่ ขอให้เลือกย่านที่อยู่ด้านใต้ลงมาก็จะดีหน่อยค่ะ
ค่าใช้จ่ายสำหรับทริปนี้ค่ะ
- ค่าตั๋วเครื่องบิน Etihad ลง London Heathrow และกลับจาก Charles de Gaule 30,000 บาท
- UK visa 3,380 บาท
- Schengen visa 2,727 บาท
- ประกันการเดินทางสำหรับขอวีซ่า Schengen 510 บาท
- ค่าที่พัก 13 คืน (นอนบนรถโค้ช 3 คืน) 119 ปอนด์ กับ 200 ยูโร
- ค่าเดินทางที่อังกฤษ 158 ปอนด์ ที่ยุโรป 160 ยูโร
- London pass 1 day, London Eye, Edinburgh Castle 61.30 ปอนด์
- ค่าเข้า museum, church, บัตร pass ฝั่งยุโรป 77.50 ยูโร
- ค่าอาหาร ประมาณว่า เช้ากลางวันเป็นแซนวิช เย็นอาหารจีน เฉลี่ยแล้วก็วันละประมาณ 20 GBP/Euro ได้ค่ะ
- เบ็ดเสร็จตลอดทริป รวมตั๋วเครื่องบิน วีซ่า ที่พัก เดินทาง อาหาร (ไม่นับงบช้อปปิ้งซึ่งเป็นงบลับ อิอิ) ก็ประมาณ 90,000++ นิดหน่อยค่ะ
อย่างที่บอกไว้ตอนก่อนหน้านี้ ว่าเช้านี้ ชิล ๆ ค่า
สิ่งที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องไปในปารีส ไปครบเกือบหมด
ยกเว้นอย่างเดียวคือ พระราชวังแวซายน์ ซึ่งตัดออกไป เพราะเวลาอาจจะไม่พอ
วันนี้ก็เลยเหลือแค่โรงละครโอเปร่าค่ะ
ไปถึงตั้งแต่ยังไม่เปิด
ใจอยากจะเข้าไปด้านใน แต่พี่โป้งไม่อยากเข้าซะงั้น เลยเก็บได้แต่ภาพโถงกลางแค่นั้นค่ะ
ออกมาก็ได้เวลาช๊อปปิ้งค่ะ
เดินไปด้านหลัง Opera Garnier ก็จะถึงห้างดังแล้ว Galeries Lafayette
ถ่ายมาแต่โดมด้านบน อิอิ
เดินต่อไปอีกนิดก็ห้าง Printemps
ใครจะไปซื้อของแบรนด์เนม ก็ดูทั้งสองห้างก่อนก็ดีค่ะ
ตอนไปเลือก Long Champs ห้างแรกคนจะเยอะมาก ของไม่มี สีไม่มี เลยเลือกเป็นสีอื่น ๆ ไปแทน
แต่ไปอีกห้างคนน้อยกว่า ของเพียบเลยค่ะ มีสีที่อยากได้ด้วย ไม่ต้องแย่งกันซื้อเหมือนห้างแรก
แล้วด้านบนของแพรงตอง ก็มีดาดฟ้าให้ชมวิว ทานอาหารได้ด้วยนะคะ
ฝั่งนี้จะเห็นหอไอเฟล
ส่วนอีกฝั่งจะเห็นโบสถ์ Basillique du Sacre Coeur อยู่ลิบ ๆ โน่น
ที่ปารีส สงสัยไม่นิยม Kipling กันหรือเปล่าเอ่ย
เพราะเดินสองห้าง กระเป๋ายี่ห้อนี้จะอยู่ในแผนก luggage ของน้อยมาก ๆ ค่ะ
ตอนจะซื้อที่เบลเยี่ยม ก็กะว่ามาซื้อฝรั่งเศสดีกว่า ไม่ต้องแบกของเยอะ ราคาคงเท่า ๆ กัน
ลืม search หา shop มาก่อน ว่ามันอยู่ตรงไหน เลยพลาดค่ะ ไม่ได้ Kipling ติดมือมาเลยซักชิ้น
เสร็จจากสองห้างแล้วก็แวะทานอาหารตามที่คุณมดเอ็กซ์แนะนำไว้ในหนังสือเที่ยวไม่ง้อทัวร์ ตีตั๋วตะลุยปารีสค่ะ
ชื่อร้าน Leon de Bruxels จิง ๆ แล้ว original อยู่ที่บรัสเซล ดันมากินที่ฝรั่งเศสเนอะ อิอิ
พี่โป้งสั่งหอยแครงอบชีส เห็นว่าคำแรก ๆ ก็อร่อย แต่มันเยอะค่ะ เลยเลี่ยน ๆ
ส่วนเราสั่งเบสิค Fish and chip
ทานเสร็จแล้ว ไม่ค่อยประทับใจนะคะ แบบว่าไม่ได้อร่อยอะไรมากอ่ะค่ะ
แถมราคายังแพงอีกตะหากค่ะ
มีรูปเดียว แถมไม่ชัดอีกตะหากค่ะ
พี่โป้งอยากไปศูนย์แสดงศิลปะ Centre national d'art et de culture Georges-Pompidou ค่ะ

เดินเล่นแถวนี้ซักพัก ก็เริ่มมั่วแล้วค่ะ
เพราะแผนวันนี้หมดแล้ว ไม่มีข้อมูลอย่างอื่น
แต่ว่ามันยังไม่มืดไม่ค่ำเลย ก็เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ค่ะ
เลยไม่รู้ว่าอะไรบ้างแล้ว แหะๆ
ภาพนี้น่าจะเป็น Église Saint-Eustache de Paris
แล้วก็เดินทะลุ Le Forum des Halles ไปโผล่ถนนเส้นที่จะเดินไป Louve ได้
ผ่านมาเรื่อย ๆ กะว่าจะไปชิมไอศครีมชื่อดังบนเกาะ แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน หาไม่เจอ
รูปปั้น Saint Michel
ร้านหนังสือเก่าแก่ค่ะ คนเยอะเชียว
เดินมาถึงตอนนี้ ท้องเริ่มหิวแล้ว
ก็เปิดหนังสือเที่ยวไม่ง้อทัวร์อีกค่ะ ยังเหลืออีกร้านที่ยังไม่ได้ไปลอง
Chartier คุณมดเอ็กซ์แนะนำว่าเป็นร้านที่ชาวฝรั่งเศสนิยมมาทานกัน
คนเยอะค่ะ ต้องยืนรอคิวอยู่พักนึง
ก็จะมีพนักงานเข้ามาเรียก ใครมา 2 คน ก็จะได้นั่งกับคนอื่นที่มา 2 คนเหมือนกัน
ได้บรรยากาศแปลกใหม่มาก ๆ
พี่โป้งสั่งหอยทากอบเนย กับสลัด เห็นว่าอร่อยมากจนต้องขอเบิ้ลหอยอีกจานค่ะ
เราสั่งปลาเหมือนเดิมค่ะ คนกินยากก็เงี้ย อิอิ รสชาดก็เลี่ยน ๆ ตามสไตล์เค้า แต่ก็จัดว่าอร่อยนะคะ เนื้อปลาหวานมาก ๆ
แล้วก็ Table vine กับ Tab Water ค่ะ
คิดค่าเสียหายออกมา 27 ยูโร ถูกกว่ามื้อกลางวันอีกค่ะ
แต่ความพึงพอใจให้ไป 200% เลยค่ะ ทั้งรสชาดอาหารและบรรยากาศ
ถือว่าเป็นมื้อส่งท้ายปารีสที่สุดยอดมาก ๆ ในความคิดเราสองคน



อิ่มอร่อย หนังท้องตึง หนังตาหย่อน
ได้เวลาพักผ่อนแล้วค่ะ
พรุ่งนี้เช้าถึงเวลาต้องกลับไปเผชิญโลกแห่งความจริงที่กรุงเทพฯแล้ว อิอิ
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
สำหรับวันสุดท้ายของทริป เราออกกันเช้ามากค่ะ
เนื่องจากว่ากลัวเสียเวลาตอนทำ Tax refund ที่สนามบิน
เราใช้ t-ticket ที่ซื้อไว้ตั้งแต่วันแรกค่ะ ไปลงที่ Gare du Nord
เพื่อไปต่อ RER ไปยังสนามบิน Charles de Gaulle
สงสัยว่าตอนเช้าเค้าไม่เก็บตั๋วกันเหรอคะ
เราก็ซื้อตั๋วถูกต้อง แต่ประตูเปิดให้เข้าเลยไม่ต้องเสียบตั๋วซะงั้น
รู้งี้ไม่ต้องซื้อดีกว่า อิอิ
ไปถึงไม่เป็นอย่างที่คิดเลยค่ะ เพราะว่าอาจจะยังเช้าอยู่ด้วย
ตรงเคาเตอร์ Tax refund ไม่มีคิวเลยค่ะ ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่กังวลด้วย
แค่ยื่นเอกสารทั้งหมด เค้าก็จะ stamp แล้วก็ส่งคืนมาให้
เราก็เอาเอกสารนั้นปิดซองหยอดตู้ไปรษณีย์ที่อยู่ใกล้ๆ ได้เลย
สรุปว่าเวลาเหลือเฟือค่ะ
อ่อ ใครหิวก็แวะทานด้านนอกก่อนนะคะ จะมีร้านกาแฟ เบเกอรี่ ฟาสฟู้ด มากกว่าด้านใน
ไอ้เราคิดว่าเช็คอินเข้าไปเสร็จ ค่อยไปหาทานข้าง ในน่าจะมีเยอะแยะเหมือนที่เยอรมันซะอีก
ดันมีแต่ดิวตี้ฟรี ซึ่งไม่ได้ใหญ่โตอะไร ร้านค้าก็ไม่เยอะเลยค่ะ
อาจจะเพราะว่าที่นี่เค้าแบ่ง terminal ออกเป็นย่อย ๆ หลาย terminal ด้วยมั้งคะ
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
ก็จบทริปอึดแต่เพียงเท่านี้ค่ะ
ตอนหน้าจะมาสรุปรายละเอียดต่าง ๆ ของทริปนะคะ
เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่วางแผนที่ยวยุโรปค่ะ ^^
หลังจากขึ้นรถ Euroline มาแบบเฉียดฉิว
ก็มาถึงปารีส ประเทศฝรั่งเศสตอนค่ำ
จัดการซื้อตั๋ว T-ticket แบบ carnet 10 ใบ
เดินทางเข้าเมืองไปเช็คอินที่โรงแรมก่อนเลย
ฝนก็ยังตกปรอยๆ ไม่หยุด
โรงแรมก็หาไม่ยากนัก จะงงนิดหน่อย เพราะที่ปารีสส่วนใหญ่จะเป็น 5 แยก
พอหายเหนื่อย ก็โทรนัดกับกบ เพื่อนสมัยมัธยม
ไปเจอกันที่สถานีเมโทร Saint Paul
ให้กบพาไปหาอะไรอร่อย ๆ กิน
แต่สุดท้ายก็มาจบที่อาหารจีนอีกตามเคย อิอิ
กินเสร็จฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย
แต่ก็ไม่หวั่นฮ่ะ เดินเที่ยวกันทั้งฝนตกนั่นแหละ
กบพาไป Notre Dame และพาไปเหยียบสะดือปารีส
เดินคุยกันไม่นาน ก็แยกย้าย
ด้วยเหตุว่า เกรงใจกบมาก ๆ ที่ต้องออกมาพอเราเที่ยว
เห็นว่าปกติก็นอนแล้ว เลยไม่ได้ให้กบพาไปดูหอไอเฟลตอนกลางคืนอย่างที่ตั้งใจ
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
ที่โรงแรมไม่มีอาหารเช้าให้
เราก็ออกทัวร์ตามโปรแกรม ซึ่งแน่นเอี้ยด
ถึงเมโทรก็ซื้อตั๋ววันค่ะ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนเที่ยวที่จะขึ้นเมโทร
แล้ว t-ticket ก็จะเก็บไว้ใช้วันสุดท้ายด้วยค่ะ
ใจจริงอยากจะชวนกบมาเที่ยวด้วย
แต่ก็เกรงว่าโปรแกรมเราจะเยอะ เดี๋ญวกบต้องมาลำบากลำบนด้วย
แล้วโปรแกรมก็ค่อนข้างจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด
ก็เลยไม่รบกวนกบแล้วนะจ้ะ
เช้านี้อากาศยังไม่ค่อยโปร่งใส เมฆมาก ครึ้ม ๆ แต่ก็ยังดีที่ไม่มีฝน
เราเริ่มทัวร์อึดด้วย Notre Dame ค่ะ
เข้าชมภายในมหาวิหารอย่างเดียว ไม่ได้ขึ้นไปด้านบน
ตามด้วย Sainte Chapele
ด้านในสวยงามมาก ๆ
แต่เล็กกว่าที่คิดมาก เดินเข้าไปชื่นชมซักพัก ก็ถึงทางออก
ได้แต่ร้องอ้าว ว่าแค่นี้เองเหรอ ไม่คุ้มค่าเข้าเลย อิอิ
ออกมาก็ชื่นชมความงาม และดื่มด่ำบรรยากาศริมแม่น้ำแซน โรแมนติกสมคำร่ำลือจริง ๆ ค่ะ
แล้วก็เดิมข้ามจากเกาะ Ile de la Cite ไปยัง Musee du Louvre
ภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟ ใหญ่โตมาก มีหลายชั้น
คงต้องเดินกันทั้งวัน หรือสองวัน ถึงจะทั่ว






จากมุมนี้ หันกลับมาก็เป็นประตูชัย Arc de Troimphe du Carrousel
ด้านหลังประตูชัย ก็เป็นสวน Jardin des Tuileries
จากสวน มองกลับไปที่ประตูชัย เห็นพิระมิดแก้วของลูฟด้วย
ตรงต่อไปก็เป็น Place de la Concorde
ถัดมาก็เป็นถนนสายช๊อปปิ้งแล้วค่ะ Champs-Elysees
เห็นร้านหลุยส์ LV ไม่ได้เข้าไปช้อปปิ้งอะไร ขอถ่ายรูปหน่อยละกัน ^^
ยาวต่อไปอีกค่ะ เป็นประตูชัยใหญ่แล้ว
Arc de Triomphe
เมื่อเดินมาถึงตรงนี้ อากาศเริ่มเป็นใจแล้วค่ะ
เห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้ารำไร
ไม่น่าเชื่อว่าจะเดินกันได้ไกลขนาดนี้ค่ะ
ต่อไปเราจะไปยังสัญลักษณ์ของปารีสกันแล้ว
หอไอเฟลนั่นเอง Tour Eiffel
ต้องนั่งเมโทรสายสีเขียวจาก Charles de Gaulle-Etoile ไปลงที่สถานี Trocadero
มาถึงก็ฟ้าเปิดพอดี โชคดีมากๆ ถึงแม้ว่าเมฆยังเยอะไปนิดก็ตาม
เดินเข้าไปใกล้ ๆ อีกค่ะ
ตอนแรกโปรแกรมวันนี้ก็หมดแค่นี้ค่ะ
แต่เห็นว่ายังไม่เย็น ยังไม่มืดเลย มีเวลาอีกมาก
ก็เลยจะไปต่อ Montmartre กันค่ะ
ขึ้นไปที่ Basillique du Sacre Coeur
เป็นจุดที่สูงที่สุดของปารีส
คนเยอะมากๆ
ถ่ายมาสว่างไป มองไม่ค่อยเห็นวิวเลยค่ะ แหะๆ
แต่จากจุดนี้ มองไม่เห็นหอไอเฟลนะคะ
ต้องไปหาตามหลืบ ๆ ต้นไม้ ของอีกฟากนึงค่ะ
จากตรงนี้ขี้เกียจเดินลงแล้วค่ะ
ล้ามาก ๆ แล้ววันนี้
ก็เลยเลือกนั่งกระเช้าลงมา….. ตั๋ววันใช้ได้นะคะ
แล้วก็เดินลงเขาต่อมาที่ Moulin Rouge ค่ะ
แวะทานข้าวกันแถว ๆ นี้ค่ะ เป็นอาหารจีน ตักชั่งตามน้ำหนัก
แม่ค้าตักให้ซะเต็มกล่อง ทานไม่หมด ก็เลยเก็บไว้เป็นอาหารเช้าได้อีกค่ะ อิอิ
โปรแกรมวันนี้ ที่่ว่าจะจบที่ไอเฟล แต่ก็เพิ่มโปรแกรมจนมาถึงมงมาร์ตแล้ว แต่ก็ยังไม่หมดอีกนะคะ
หลังจากนั่งพักทานข้าว เติมพลังกันเรียบร้อย
เรายังพอมีแรงไปดูหอไอเฟลยามค่ำคืนกันอีกค่ะ
มาถึง Trocadero ที่หอไอเฟลมีเปิดไฟระยิบ สวยมาก ๆ แต่ตั้งกล้องถ่ายรุปไม่ทัน
ตั้งกล้องเสร็จไฟปิดพอดีเป๊ะ ให้มันได้อย่างนี้สิเนอะ
แหมถ้ารู้ก่อนนี้จะมาให้เร็วสักนิดค่ะ
แค่นี้ ยังไม่หนำใจค่ะ
ขอไปประตูชัยใหญ่ เก็บภาพบรรยากาศตอนกลางคืนบ้างนะคะ
ปิดท้ายสำหรับวันนี้แล้วค่ะ
กลับถึงห้อง สลบเหมือดค่ะ ใช้พลังงานหมดจริง ๆ
สำหรับวันต่อไป สบาย ๆ แล้วค่ะ
โรงละครโอเปร่า ตะลุยแหล่งช้อปปิ้ง แล้วก็หาของอร่อย ๆ ทานค่ะ
เช้านี้เราออกจากโรงแรมกันค่อนข้างเช้า ประมาณ 7 โมงกว่า ๆ
เก็บข้าวของสมบัติให้เรียบร้อย เพราะว่าต้องเช็คเอ้าท์แล้ว
แต่ที่โรงแรมไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำหากไม่มีคนมาเช็คอิน หากจะออกไปก็ให้หย่อนกุญแจลงตู้เป็นอันเสร็จ
เราก็เลยต้องเอาของไว้บนห้องก่อน กลัวของหาย กะว่ามาเช็คเอ้าท์อีกทีตอน 11 โมง
เราเดินเที่ยวกันก่อนค่ะ ยังไม่ค่อยหิว
เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟแนะนำให้ไปหลายที่
ที่นึงก็สถานที่ทำการของ EU
หมอกเยอะมาก ๆ ตึกที่ไกล ๆ กว่านี้ก็ไม่สามารถมองเห็นได้เลย
นอกจากนี้แล้วก็พยายามจะไปตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ แต่ไปแล้วไม่เจอ ไม่มีป้ายบอกทาง
ก็เลยตามเดิมดีกว่าค่ะ ไม่งั้นจะเสียเวลาซะเปล่า ๆ โน๊ะ
กลับไป Centrum กันค่ะ
แวะ Cathedral of Saints Michel ก่อน
บรรยากาศด้านนอก
ภายในโบสถ์
Hotel De Ville ภาคกลางวันค่ะ สวยไปอีกแบบ
Grand Place ภาคกลางวันบ้าง
แล้วก็ Manneken Pis ตัวน้อย
ตัวน้อยจริง ๆ เลยค่ะ จิ๋วเดียวเอง
แต่ไฉนจึงมีคนเอากล่องกระดาษโยนทิ้งเข้าไปด้านในเยอะแยะก็ไม่รู้
แย่จังเลยค่ะ ทัศนียภาพเสียหมด
ภาพนี้ถ่ายแบบบัง ๆ ขยะแล้วนะเนี่ย ยังบังไม่หมด
ใกล้ ๆ Manneken Pis มีภาพศิลปะนูนต่ำนี้อยู่ค่ะ
ใครรู้บ้างว่าคืออะไรคะ
เห็นทัวร์มาที่จุดนี้ แล้วก็จะลูบ ๆ คลำ ๆ ที่รูปปั้นกันค่ะ
…ลูบซะเงาเลยนะเนี่ย อิอิ
แล้วก็ Comic Route Strip
เจอแค่นี้เองค่ะ แหะๆ สงสัยไม่ทันสังเกต
พอสายหน่อยก็ไปทานอาหารเช้ากันค่ะ
ก็ได้ครัวซองค์กับกาแฟตามระเบียบ (ก็กินอย่างอื่นไม่ค่อยเป็นแหะๆ)
หลังจากนั้นก็เดินเล่นย่านช๊อปปิ้งกันค่ะ เดินเช็คของตามออเดอร์
เดินเพลินเชียวค่ะ จนถึงเวลาต้องเช็คเอ้าท์แล้ว
รีบตาหูเหลือกเลยค่ะ กลัวโดนปรับเพราะเลยเวลาที่โรงแรมกำหนด
ลืมไปซะสนิท ว่าจะไป Atomium ด้วย อดเลยค่ะ
เอาสัมภาระเรียบร้อย ก็ยังมีเวลาเหลือ
ก่อนที่จะไปขึ้นรถบัสไปปารีสกันตอน 14.00 น.
แต่ถ้าจะไป Atomium อีกเนี่ย ไม่ทันแน่ ๆ
เลยหอบข้าวของไปเดินเล่นย่าน Rue Neuve
เดินจากโรงแรมไม่ไกลเลยค่ะ
แล้วจริง ๆ ตรงนี้ก็ใกล้มาก ๆ กับถนนช๊อปปิ้งที่เราเดินเมื่อเช้า
ใช่ค่ะ เราเดินอ้อมกันอีกแล้ว เหอๆ
ถ้าดูจากรูปเนี่ย เดินตรง ๆ ไปก็ชนกันแล้วค่ะ
รูปปั้นนี้ แอบอยู่ในซอย ระหว่างทางใน Rue Neuve
เดินกันจนใกล้เวลาเช็คอินแล้ว
ก็แวะทาน McDonald ก่อนขึ้นรถ
เพราะเห็นว่า จาก Rue Neuve เดินข้ามถนนไปก็ถึงสถานีรถบัส Euroline แล้ว ไม่ต้องรีบมาก
(รอบนี้ (คิดว่า) ดูแผนที่จากเวปมาอย่างดีแล้ว)
แต่…. มีแต่อีกแล้วค่ะ
ไอ้ที่ว่าใกล้แค่ข้ามถนนไปเนี่ย แผนที่มันไม่ชัดเจน
พอเดินไปจริง ๆ ไม่เหมือนในแผนที่เลย ก็เลยหลงค่ะ
หาไม่เจอ วนอยู่เป็นนานแน่ะ เกือบเป็นเรื่องอีกแล้วมั้ยล่ะ
ดีนะว่ามันอยู่ใน area เดียวกัน แค่คนละซอย
เฮ้อออ ลุ้นตลอด เหนื่อย+มันส์จริง ๆ ค่ะ ;)
เรามาถึง Brussels กันเย็น ๆ
ฝนตกพรำ ๆ ให้น่ารำคาญเล่น
อันเนื่องมาจากอารมณ์ขุ่นมัวจากการตกรถบัสเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั่นเอง
ออกจากรถไฟ ก็มาต่อรถไฟใต้ดิน
ออกจากรถไฟใต้ดิน ก็มึนค่ะ หลงทิศ ดูแผนที่ผิดตำแหน่งไป
แทนที่จะเดินขึ้นเหนือ ก็เลยเดินลงใต้ไปซะงั้น ฮ่าๆๆ
กว่าจะเจอโรงแรมก็เดินตากฝนกันพักใหญ่ทีเดียว
ที่นี่ เราได้ห้อง 3 เตียงอีกแล้วค่ะ ดีจัง ห้องใหญ่ใช้ได้
เก็บข้าวของ นั่งพัก เปิดเนต
แล้วก็ออกตระเวณกันค่ะ
เรานั่งรถไฟใต้ดินเข้าไปในย่าน Centrum
ผ่าน Hotel De Ville, Grand Place, Manneken Pis
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
เช้าเราออกกันค่อนข้างเช้าค่ะ
จุดหมายวันนี้คือ Brugge เมืองที่หลาย ๆ คนบอกว่าไม่ควรพลาด
ลังเลกันเล็กน้อยว่าจะเอาแจ๊คเก็ตไป หรือไม่เอาไปดี
สุดท้ายด้วยความที่กลัวว่าไม่หนาวแล้วจะพะรุงพะรัง ก็เลยทิ้งไว้ที่ห้อง…. ตัดสินใจผิดอีกแล้ว
แม้ว่าตอนนี้ฝนที่ตกตั้งแต่เมื่อวาน ยังไม่หยุดเลยค่ะ… ก็นะ หวังว่ามันจะหยุดเมื่อเราไปถึง
เราไปถึง Brugge กันค่อนข้างเช้า นักท่องเที่ยวยังไม่มากนัก
Tourist Information ก็ยังไม่เปิดด้วย ต้องยืนรอ
ส่วนอากาศเย็นกว่าที่คิดไว้มากๆๆ ฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย
พอออฟฟิศเปิด ก็ต่อคิวซื้อแผนที่ แล้วมุ่งหน้าเข้าเมืองกันเลย ก็เดินตาม ๆ กันเข้าไปค่ะ ไม่ไกลนัก
แล้วก็ได้เห็นแล้วว่า เมืองนี้น่ารักจริง ๆ เสียดาย ถ้าฟ้าใส คงลั๊ลลากว่านี้มากมาย
จริง ๆ ที่ลั้ลลาไม่ค่อยออกเพราะว่ามันหนาวมากด้วย หนาวบวกฝน บรี๊ยยย ทรมานค่ะ เสียอรรถรสในการเที่ยวไปมิใช่น้อยเลย
หนาวมาก ๆ เข้าก็วิ่งเข้าโบสถ์ค่ะ
บังเอิญไปเจอรูปปัั้นนี้เข้าค่ะ พึ่งรู้ว่าเค้ามาดูที่นี่กัน เหอๆ
ส่วนนี่ก็บรรยากาศภายในโบสถ์
แล้วก็ต้องกลั้นใจออกมานอกโบสถ์
เดินแป๊ป ๆ ก็หนาวอีก เลยหาเรื่องแวะร้าน Bakery ค่ะ
ถือโอกาสทานอาหารเช้าครัวซองกับกาแฟ เพราะว่าที่โรงแรมไม่มีให้
นั่งนานเลยค่ะ เพราะว่าฝนตกหนักกว่าเก่าอีก T_T
เลยถือโอกาสศึกษาแผนที่ เข้าห้องน้ำห้องท่า รอจนฝนซา
ออกมาอีกที ก็เจอกับถนนที่เต็มไปด้วยร้านช๊อคโกแลต
เล่นเอาคนชอบกินช๊อคโกแลตตื่นตาตื่นใจมากค่ะ
มองน้ำลายหยดแหมะ ๆ อิอ
ฝนตกก็สวยไปอีกแบบ เหมือนมีหมอกปกคลุม ราวกับเมืองในฝัน (ว่าไปโน่น ฮ่าๆๆ)
แล้วก็จุดนี้ เค้าว่าเป็นวิวที่ดีที่สุดใน Brugge… จริงหรือเปล่าน๊า
และก็ร้านเหล้าร้านนึงค่ะ สวยดี
ปิดท้ายด้วยรูปนี้ ก่อนกลับ Brussels กันค่ะ
สถานีรถไฟ Brugge และช๊อคโกแลตแสนอร่อยในมือ
แหม… ไม่อยากกลับไป Brussels เลยค่ะ
ที่ Brugge นี่มีร้านรวงบ้านช่องน่ารัก ๆ ตามตรอกซอกซอยอีกเยอะเลยค่ะ
ถ้ามีเวลา น่าจะมาพักค้างคืนด้วย บรรยากาศดีจริง ๆ
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
กลับมาถึง Brussels รีบกลับโรงแรมไปเอาแจ๊คเก็ตกันค่ะ
แล้วค่อยออกไปเก็บตกภาพยามค่ำคืนกันอีกที เพราะว่าเมื่อวานรมณ์บ่จอยกันอยู่ อิอิ
Grand Place

Hotel De Ville
Cathedral of Saints Michel and Gudule
ไม่มีด ไม่กลับโรงแรมกันเลยค่ะ
เท่าที่เดินมา ก็เดินจุดสำคัญต่าง ๆ เกือบครบแล้วนะเนี่ย
เอาไว้จะมาเก็บบรรยากาศตอนสว่างอีกรอบในวันพรุ่งนี้นะคะ