Aor's profileCuteAor StoryPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    รวมข้อมูล+ลิงค์+สรุปค่าใช้จ่ายทริปยุโรป

    อย่างที่เกริ่นไปเมื่อตอนที่แล้วค่ะ
    ตอนนี้จะมาสรุปข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยวยุโรป

    ข้อมูลเรื่องวีซ่า

    UK visa

    • ขอวีซ่าผ่าน VFS ตัวแทนรับคำร้องของสถานทูตอังกฤษค่ะ ข้อมูล http://www.vfs-uk-th.com/
    • ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เตรียมเอกสารให้พร้อม อันได้แก่ แบบฟอร์มขอวีซ่าท่องเที่ยว VAF1, พาสปอร์ต, สำเนาพาสปอร์ต, พาสปอร์ตเล่มเก่า (ถ้ามี), ภาพถ่ายสี หน้าตรง พื้นหลังขาว ขนาด 35x45mm, สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, หนังสือรับรองการทำงาน, หลักฐานทางด้านการเงิน เช่น สมุดบัญชีเงินฝากตัวจริง และสำเนา, เอกสารการถือครองอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน, และเตรียมเช็คเงินสดสำหรับค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าค่ะ และก็แนบรายละเอียดการเดินทางโดยละเอียดตามที่เราวางแผนไว้ด้วยนะคะ
    • ดาวน์โหลดเช็คลิสต์ค่ะ http://www.vfs-uk-th.com/images/VisitSocial.pdf
    • แบบฟอร์มการขอวีซ่า สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.ukvisas.gov.uk/en/howtoapply/vafs
    • ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า http://www.vfs-uk-th.com/thai/visafees.aspx
    • สำนักงานอยู่ชั้น 2 อาคารรีเจนท์เฮ้าส์ ถนนราชดำริ ถ้าไปโดยรถไฟฟ้า ลงสถานีราชดำริ เดินต่อไปทางสีลมนะคะ
    • ต้องไปด้วยตัวเองนะคะ เพราะว่าจะต้องมีการถ่ายรูป และสแกนลายนิ้วมือ
    • ควรขอล่วงหน้า 1-2 เดือนค่ะ ยิ่งช่วงหน้าท่องเที่ยวจะช้ามากค่ะ

    Schengen visa ของประเทศฝรั่งเศส

    • ข้อมูลวีซ่าของสถานทูตฝรั่งเศส http://www.ambafrance-th.org/th/article.php3?id_article=513
    • เอกสารเหมือนกับตอนขอวีซ่าอังกฤษค่ะ แต่ที่ต้องเพิ่มเติม คือ booking ตั๋วเครื่องบินเที่ยวไปและกลับ และ booking ที่พักที่ออกให้โดยโรงแรมโดยตรงนะคะ booking ที่ออกให้โดยเอเย่นใช้ไม่ได้ค่ะ อ่อ อีกอย่างค่ะ ประกันการเดินทางครอบคลุมระยะเวลาที่อยู่ในประเทศเชงเก้น
    • นัดหมายยื่นวีซ่าล่วงหน้าค่ะ ต้องนัดหมายทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้นค่ะ ไม่รับนัดทางโทรศัพท์จองเวลาได้แล้ว ก็ต้องปรินท์เอกสารการนัดหมายออกมาด้วยนะคะ https://pastel.diplomatie.gouv.fr/RDV-Internet/html/frameset/frameset.html?sgid=46&lcid=1&suid=1
    • ดาวน์โหลดแบบฟอร์มวีซ่าท่องเที่ยว http://www.ambafrance-th.org/UserFiles/File/12%20visagb.pdf
    • เช็คลิสค่ะ http://www.ambafrance-th.org/UserFiles/File/01%20CSb-tourisme-bilingue.pdf
    • อัตราค่าธรรมเนียม 60 ยูโร จ่ายเป็นเงินบาท ต้องเช็คที่เวปสถานทูตก่อนไปยื่นนะคะ เพราะเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยน เตรียมไปให้พอดี เพราะว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีทอนค่ะ
    • ยื่นเอกสารที่สถานทูต โดยเอาใบจองคิวที่ปรินท์ออกมาไปยื่นให้พี่ยามด้านหน้าสถานทูตค่ะ

     

    ข้อมูลประเทศอังกฤษ

    เราหาข้อมูลจากเพื่อนๆ  ในห้อง blueplanet ก่อนค่ะ เป็นแรงบันดาลใจว่าเราอยากไปที่ไหนบ้าง
    ประกอบกับซื้อหนังสือมาอ่าน เราเลือกหนังสือเที่ยวไม่ง้อทัวร์ค่ะทั้งลอนดอนและปารีส
    แล้วค่อยเริ่มหาอย่างจริงจัง จากเวปไซต์อื่น ๆ เพิ่มเติม
    ส่วนสก๊อตแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม อาศัยแค่ข้อมูลคนอื่นและเวปไซต์ต่าง ๆ ข้อมูลเลยไม่ค่อยแน่นเท่าไหร่ค่ะ

    • หลัก ๆ ก็จะเป็นเวปนี้ http://www.visitbritain.com/th-en/
    • ตั๋วเดินทาง http://www.londontravelpass.com 
    • ลอนดอนพาส http://www.londonpass.com
    • ตั๋ว London eye  http://www.londoneye.com ซื้อล่วงหน้าจะถูกกว่าไปซื้อที่โน่นนะคะ
    • ตั๋วเที่ยว ตั๋วเดินทาง ก็เวปนี้ค่ะ มีตั๋วพวก combination จะถูกหน่อย http://www.visitbritaindirect.com
    • การเดินทางในลอนดอน http://www.tfl.gov.uk/
    • ถ้าจะซื้อ Oyster card ก็ซื้อจาก visitbritaindirect ได้ค่ะ หรือจะไปซื้อเมื่อเดินทางถึงอังกฤษก็ย่อมได้

    การเดินทางในประเทศอังกฤษ

    ฝากกระเป๋า

    การเดินทางระหว่างประเทศ

    ข้อมูลประเทศเนเธอร์แลนด์

    ข้อมูลประเทศเบลเยี่ยม

    ข้อมูลปารีส

    ที่พัก

    • http://www.hostelworld.com/
    • http://www.hostelbookers.com/
    • ลอนดอน เราพักที่นี่ค่ะ http://belgravehousehotel.com/ ก็ใช้ได้ แต่ไม่ได้ดีมากอย่างในหนังสือบอก อาหารเช้ามีพวกคอนเฟล็กซ์ ขนมปังปิ้ง โลเคชั่นอยู่ย่าน Victoria สามารถเดินไปจุดต่าง ๆ ได้ไม่ไกลค่ะ แล้วก็สะดวกในการเดินทางโดยรถโค้ชด้วย
    • Edinburgh พักที่ Edinburgh Backpacker จองผ่าน Hostelworld ห้องไม่ใหญ่ แต่ว่าดูดีใช้ได้นะคะ ไม่มีอาหารเช้า โลเคชั่นดีค่ะ เดินไป castle สะดวกดีค่ะ
    • Liverpool พักที่ http://www.internationalinn.co.uk/ ห้องใช้ได้เลยค่ะ สะอาดดี เตียงนุ่มมาก อาหารเช้ามีขนมปังปิ้งอย่างเดียว
    • Amsterdam พักที่ http://www.hotelhortus.com/ จองผ่าน hostelbookers อาหารเช้ามีไข่ดาว ขนมปังปิ้ง ไม่ใกล้ Centraal เท่าไหร่ แต่ก็เดินได้ค่ะ
    • Rotterdam พักที่ Hotel Baan ห้องใหญ่ค่ะ ห้องน้ำมีกลิ่นเล็กน้อย แต่ก็สะอาดดีค่ะ อาหารเช้าดีหน่อยมีขนมปัง แฮมชนิดต่าง ๆ อยู่ค่อนข้างไกลจาก Centraal ต้องนั่งใต้ดิน หรือ tram ค่ะ
    • Brussels พักที่ Residence La Sablonnière จองผ่าน hosterworld ไม่มีอาหารเช้า ไม่ไกลจาก center เท่าไหร่ ถ้าดูจากสถานีรถไฟใต้ดิน ก็ 3 สถานี แต่เดินได้ค่ะ
    • Paris พักที่ Luna-Park Hotel จองผ่าน hostelworld ไม่มีอาหารเช้า ไม่ไกลจากย่านใจกลางเมืองนัก ก็นั่งเมโทรเข้าเมืองเอาค่ะ เพื่อนบอกว่าอยู่ปารีส พักที่ไหนก็ได้ เมโทรถึงทุกที่ ขอให้เลือกย่านที่อยู่ด้านใต้ลงมาก็จะดีหน่อยค่ะ

     

    ค่าใช้จ่ายสำหรับทริปนี้ค่ะ

    • ค่าตั๋วเครื่องบิน Etihad ลง London Heathrow และกลับจาก Charles de Gaule 30,000 บาท
    • UK visa 3,380 บาท
    • Schengen visa 2,727 บาท
    • ประกันการเดินทางสำหรับขอวีซ่า Schengen 510 บาท
    • ค่าที่พัก 13 คืน (นอนบนรถโค้ช 3 คืน) 119 ปอนด์ กับ 200 ยูโร
    • ค่าเดินทางที่อังกฤษ 158 ปอนด์ ที่ยุโรป 160 ยูโร
    • London pass 1 day, London Eye, Edinburgh Castle 61.30 ปอนด์
    • ค่าเข้า museum, church, บัตร pass ฝั่งยุโรป 77.50 ยูโร
    • ค่าอาหาร ประมาณว่า เช้ากลางวันเป็นแซนวิช เย็นอาหารจีน เฉลี่ยแล้วก็วันละประมาณ 20 GBP/Euro ได้ค่ะ
    • เบ็ดเสร็จตลอดทริป รวมตั๋วเครื่องบิน วีซ่า ที่พัก เดินทาง อาหาร (ไม่นับงบช้อปปิ้งซึ่งเป็นงบลับ อิอิ) ก็ประมาณ 90,000++ นิดหน่อยค่ะ

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : France #2

    อย่างที่บอกไว้ตอนก่อนหน้านี้ ว่าเช้านี้ ชิล ๆ ค่า
    สิ่งที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องไปในปารีส ไปครบเกือบหมด
    ยกเว้นอย่างเดียวคือ พระราชวังแวซายน์ ซึ่งตัดออกไป เพราะเวลาอาจจะไม่พอ
    วันนี้ก็เลยเหลือแค่โรงละครโอเปร่าค่ะ
    ไปถึงตั้งแต่ยังไม่เปิด

    Europe3165-edit

    Europe3169-edit

    Europe3175-edit

    ใจอยากจะเข้าไปด้านใน แต่พี่โป้งไม่อยากเข้าซะงั้น เลยเก็บได้แต่ภาพโถงกลางแค่นั้นค่ะ
    ออกมาก็ได้เวลาช๊อปปิ้งค่ะ
    เดินไปด้านหลัง Opera Garnier ก็จะถึงห้างดังแล้ว Galeries Lafayette
    ถ่ายมาแต่โดมด้านบน อิอิ

    Europe3195

    เดินต่อไปอีกนิดก็ห้าง Printemps
    ใครจะไปซื้อของแบรนด์เนม ก็ดูทั้งสองห้างก่อนก็ดีค่ะ
    ตอนไปเลือก Long Champs ห้างแรกคนจะเยอะมาก ของไม่มี สีไม่มี เลยเลือกเป็นสีอื่น ๆ ไปแทน
    แต่ไปอีกห้างคนน้อยกว่า ของเพียบเลยค่ะ มีสีที่อยากได้ด้วย ไม่ต้องแย่งกันซื้อเหมือนห้างแรก
    แล้วด้านบนของแพรงตอง ก็มีดาดฟ้าให้ชมวิว ทานอาหารได้ด้วยนะคะ
    ฝั่งนี้จะเห็นหอไอเฟล

    Europe3197 

    ส่วนอีกฝั่งจะเห็นโบสถ์ Basillique du Sacre Coeur อยู่ลิบ ๆ โน่น

    Europe3204

    ที่ปารีส สงสัยไม่นิยม Kipling กันหรือเปล่าเอ่ย
    เพราะเดินสองห้าง กระเป๋ายี่ห้อนี้จะอยู่ในแผนก luggage ของน้อยมาก ๆ ค่ะ
    ตอนจะซื้อที่เบลเยี่ยม ก็กะว่ามาซื้อฝรั่งเศสดีกว่า ไม่ต้องแบกของเยอะ ราคาคงเท่า ๆ กัน
    ลืม search หา shop มาก่อน ว่ามันอยู่ตรงไหน เลยพลาดค่ะ ไม่ได้ Kipling ติดมือมาเลยซักชิ้น

    เสร็จจากสองห้างแล้วก็แวะทานอาหารตามที่คุณมดเอ็กซ์แนะนำไว้ในหนังสือเที่ยวไม่ง้อทัวร์ ตีตั๋วตะลุยปารีสค่ะ
    ชื่อร้าน Leon de Bruxels จิง ๆ แล้ว original อยู่ที่บรัสเซล ดันมากินที่ฝรั่งเศสเนอะ อิอิ
    พี่โป้งสั่งหอยแครงอบชีส เห็นว่าคำแรก ๆ ก็อร่อย แต่มันเยอะค่ะ เลยเลี่ยน ๆ
    ส่วนเราสั่งเบสิค Fish and chip
    ทานเสร็จแล้ว ไม่ค่อยประทับใจนะคะ แบบว่าไม่ได้อร่อยอะไรมากอ่ะค่ะ
    แถมราคายังแพงอีกตะหากค่ะ

    มีรูปเดียว แถมไม่ชัดอีกตะหากค่ะ

    Europe3205

     

    พี่โป้งอยากไปศูนย์แสดงศิลปะ Centre national d'art et de culture Georges-Pompidou ค่ะ

    Europe3214-edit

    Europe3221

    Europe3226

    เดินเล่นแถวนี้ซักพัก ก็เริ่มมั่วแล้วค่ะ
    เพราะแผนวันนี้หมดแล้ว ไม่มีข้อมูลอย่างอื่น
    แต่ว่ามันยังไม่มืดไม่ค่ำเลย ก็เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ค่ะ
    เลยไม่รู้ว่าอะไรบ้างแล้ว แหะๆ
    ภาพนี้น่าจะเป็น Église Saint-Eustache de Paris

    Europe3232

    Europe3235

    แล้วก็เดินทะลุ Le Forum des Halles ไปโผล่ถนนเส้นที่จะเดินไป Louve ได้
    ผ่านมาเรื่อย ๆ กะว่าจะไปชิมไอศครีมชื่อดังบนเกาะ แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน หาไม่เจอ

    Europe3244

    Europe3253

    Europe3263-edit

    รูปปั้น Saint Michel

    Europe3265-edit

    ร้านหนังสือเก่าแก่ค่ะ คนเยอะเชียว

    Europe3272

     

    เดินมาถึงตอนนี้ ท้องเริ่มหิวแล้ว
    ก็เปิดหนังสือเที่ยวไม่ง้อทัวร์อีกค่ะ ยังเหลืออีกร้านที่ยังไม่ได้ไปลอง
    Chartier คุณมดเอ็กซ์แนะนำว่าเป็นร้านที่ชาวฝรั่งเศสนิยมมาทานกัน

    Europe3281

    คนเยอะค่ะ ต้องยืนรอคิวอยู่พักนึง
    ก็จะมีพนักงานเข้ามาเรียก ใครมา 2 คน ก็จะได้นั่งกับคนอื่นที่มา 2 คนเหมือนกัน
    ได้บรรยากาศแปลกใหม่มาก ๆ
    พี่โป้งสั่งหอยทากอบเนย กับสลัด เห็นว่าอร่อยมากจนต้องขอเบิ้ลหอยอีกจานค่ะ
    เราสั่งปลาเหมือนเดิมค่ะ คนกินยากก็เงี้ย อิอิ รสชาดก็เลี่ยน ๆ ตามสไตล์เค้า แต่ก็จัดว่าอร่อยนะคะ เนื้อปลาหวานมาก ๆ
    แล้วก็ Table vine กับ Tab Water ค่ะ
    คิดค่าเสียหายออกมา 27 ยูโร ถูกกว่ามื้อกลางวันอีกค่ะ
    แต่ความพึงพอใจให้ไป 200% เลยค่ะ ทั้งรสชาดอาหารและบรรยากาศ
    ถือว่าเป็นมื้อส่งท้ายปารีสที่สุดยอดมาก ๆ ในความคิดเราสองคน

    IMG_3600IMG_3602 
    IMG_3612IMG_3614 
    IMG_3615IMG_3618

    อิ่มอร่อย หนังท้องตึง หนังตาหย่อน
    ได้เวลาพักผ่อนแล้วค่ะ

    พรุ่งนี้เช้าถึงเวลาต้องกลับไปเผชิญโลกแห่งความจริงที่กรุงเทพฯแล้ว อิอิ

    ::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

    สำหรับวันสุดท้ายของทริป เราออกกันเช้ามากค่ะ
    เนื่องจากว่ากลัวเสียเวลาตอนทำ Tax refund ที่สนามบิน
    เราใช้ t-ticket ที่ซื้อไว้ตั้งแต่วันแรกค่ะ ไปลงที่ Gare du Nord
    เพื่อไปต่อ RER ไปยังสนามบิน Charles de Gaulle
    สงสัยว่าตอนเช้าเค้าไม่เก็บตั๋วกันเหรอคะ
    เราก็ซื้อตั๋วถูกต้อง แต่ประตูเปิดให้เข้าเลยไม่ต้องเสียบตั๋วซะงั้น
    รู้งี้ไม่ต้องซื้อดีกว่า อิอิ

    ไปถึงไม่เป็นอย่างที่คิดเลยค่ะ เพราะว่าอาจจะยังเช้าอยู่ด้วย
    ตรงเคาเตอร์ Tax refund ไม่มีคิวเลยค่ะ ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่กังวลด้วย
    แค่ยื่นเอกสารทั้งหมด เค้าก็จะ stamp แล้วก็ส่งคืนมาให้
    เราก็เอาเอกสารนั้นปิดซองหยอดตู้ไปรษณีย์ที่อยู่ใกล้ๆ ได้เลย
    สรุปว่าเวลาเหลือเฟือค่ะ

    อ่อ ใครหิวก็แวะทานด้านนอกก่อนนะคะ จะมีร้านกาแฟ เบเกอรี่ ฟาสฟู้ด มากกว่าด้านใน
    ไอ้เราคิดว่าเช็คอินเข้าไปเสร็จ ค่อยไปหาทานข้าง ในน่าจะมีเยอะแยะเหมือนที่เยอรมันซะอีก
    ดันมีแต่ดิวตี้ฟรี ซึ่งไม่ได้ใหญ่โตอะไร ร้านค้าก็ไม่เยอะเลยค่ะ
    อาจจะเพราะว่าที่นี่เค้าแบ่ง terminal ออกเป็นย่อย ๆ หลาย terminal ด้วยมั้งคะ

    ::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

    ก็จบทริปอึดแต่เพียงเท่านี้ค่ะ
    ตอนหน้าจะมาสรุปรายละเอียดต่าง ๆ ของทริปนะคะ
    เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่วางแผนที่ยวยุโรปค่ะ ^^

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : France #1

    หลังจากขึ้นรถ Euroline มาแบบเฉียดฉิว
    ก็มาถึงปารีส ประเทศฝรั่งเศสตอนค่ำ
    จัดการซื้อตั๋ว T-ticket แบบ carnet 10 ใบ
    เดินทางเข้าเมืองไปเช็คอินที่โรงแรมก่อนเลย
    ฝนก็ยังตกปรอยๆ  ไม่หยุด
    โรงแรมก็หาไม่ยากนัก จะงงนิดหน่อย เพราะที่ปารีสส่วนใหญ่จะเป็น 5 แยก
    พอหายเหนื่อย ก็โทรนัดกับกบ เพื่อนสมัยมัธยม
    ไปเจอกันที่สถานีเมโทร Saint Paul
    ให้กบพาไปหาอะไรอร่อย ๆ กิน
    แต่สุดท้ายก็มาจบที่อาหารจีนอีกตามเคย อิอิ

    กินเสร็จฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย
    แต่ก็ไม่หวั่นฮ่ะ เดินเที่ยวกันทั้งฝนตกนั่นแหละ
    กบพาไป Notre Dame และพาไปเหยียบสะดือปารีส

    Europe2580-edit

    เดินคุยกันไม่นาน ก็แยกย้าย
    ด้วยเหตุว่า เกรงใจกบมาก ๆ ที่ต้องออกมาพอเราเที่ยว
    เห็นว่าปกติก็นอนแล้ว เลยไม่ได้ให้กบพาไปดูหอไอเฟลตอนกลางคืนอย่างที่ตั้งใจ

    :::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

    ที่โรงแรมไม่มีอาหารเช้าให้
    เราก็ออกทัวร์ตามโปรแกรม ซึ่งแน่นเอี้ยด
    ถึงเมโทรก็ซื้อตั๋ววันค่ะ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนเที่ยวที่จะขึ้นเมโทร
    แล้ว t-ticket ก็จะเก็บไว้ใช้วันสุดท้ายด้วยค่ะ

    ใจจริงอยากจะชวนกบมาเที่ยวด้วย
    แต่ก็เกรงว่าโปรแกรมเราจะเยอะ เดี๋ญวกบต้องมาลำบากลำบนด้วย
    แล้วโปรแกรมก็ค่อนข้างจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด
    ก็เลยไม่รบกวนกบแล้วนะจ้ะ

     

    เช้านี้อากาศยังไม่ค่อยโปร่งใส เมฆมาก ครึ้ม ๆ แต่ก็ยังดีที่ไม่มีฝน
    เราเริ่มทัวร์อึดด้วย Notre Dame ค่ะ
    เข้าชมภายในมหาวิหารอย่างเดียว ไม่ได้ขึ้นไปด้านบน

    Europe2586-edit

    Europe2591

     

    ตามด้วย Sainte Chapele
    ด้านในสวยงามมาก ๆ
    แต่เล็กกว่าที่คิดมาก เดินเข้าไปชื่นชมซักพัก ก็ถึงทางออก
    ได้แต่ร้องอ้าว ว่าแค่นี้เองเหรอ ไม่คุ้มค่าเข้าเลย อิอิ

    Europe2610

     

    ออกมาก็ชื่นชมความงาม และดื่มด่ำบรรยากาศริมแม่น้ำแซน โรแมนติกสมคำร่ำลือจริง ๆ ค่ะ
    แล้วก็เดิมข้ามจากเกาะ Ile de la Cite ไปยัง Musee du Louvre

    Europe2640-edit

    Europe2643

    Europe2645-edit

    Europe2648-edit

    Europe2660-edit 

    Europe2664-edit

    ภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟ ใหญ่โตมาก มีหลายชั้น
    คงต้องเดินกันทั้งวัน หรือสองวัน ถึงจะทั่ว

    Europe2678-editEurope2684Europe2707-edit

    Europe2714-editEurope2731-edit

    Europe2750Europe2754

    Europe2760Europe2765-editEurope2822

    Europe2839

    Europe2841-edit

     

    จากมุมนี้ หันกลับมาก็เป็นประตูชัย Arc de Troimphe du Carrousel

    Europe2852-edit

     

    ด้านหลังประตูชัย ก็เป็นสวน Jardin des Tuileries
    จากสวน มองกลับไปที่ประตูชัย เห็นพิระมิดแก้วของลูฟด้วย

    Europe2860

    ตรงต่อไปก็เป็น Place de la Concorde

    Europe2863

    IMG_6274

    ถัดมาก็เป็นถนนสายช๊อปปิ้งแล้วค่ะ Champs-Elysees
    เห็นร้านหลุยส์ LV ไม่ได้เข้าไปช้อปปิ้งอะไร ขอถ่ายรูปหน่อยละกัน ^^

    IMG_6320

    ยาวต่อไปอีกค่ะ เป็นประตูชัยใหญ่แล้ว
    Arc de Triomphe
    เมื่อเดินมาถึงตรงนี้ อากาศเริ่มเป็นใจแล้วค่ะ
    เห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้ารำไร

    Europe2921-edit

    Europe2931

    Europe2932

    ไม่น่าเชื่อว่าจะเดินกันได้ไกลขนาดนี้ค่ะ
    ต่อไปเราจะไปยังสัญลักษณ์ของปารีสกันแล้ว
    หอไอเฟลนั่นเอง Tour Eiffel
    ต้องนั่งเมโทรสายสีเขียวจาก Charles de Gaulle-Etoile ไปลงที่สถานี Trocadero
    มาถึงก็ฟ้าเปิดพอดี โชคดีมากๆ ถึงแม้ว่าเมฆยังเยอะไปนิดก็ตาม

    Europe2962-edit

    Europe2964-edit

    เดินเข้าไปใกล้ ๆ อีกค่ะ

    Europe2993-edit

    Europe3075

    Europe3079 

     

    ตอนแรกโปรแกรมวันนี้ก็หมดแค่นี้ค่ะ
    แต่เห็นว่ายังไม่เย็น ยังไม่มืดเลย มีเวลาอีกมาก
    ก็เลยจะไปต่อ Montmartre กันค่ะ
    ขึ้นไปที่ Basillique du Sacre Coeur
    เป็นจุดที่สูงที่สุดของปารีส
    คนเยอะมากๆ

    Europe3086-edit

    ถ่ายมาสว่างไป มองไม่ค่อยเห็นวิวเลยค่ะ แหะๆ
    แต่จากจุดนี้ มองไม่เห็นหอไอเฟลนะคะ
    ต้องไปหาตามหลืบ ๆ ต้นไม้ ของอีกฟากนึงค่ะ

    Europe3090

    Europe3095

    จากตรงนี้ขี้เกียจเดินลงแล้วค่ะ
    ล้ามาก ๆ แล้ววันนี้
    ก็เลยเลือกนั่งกระเช้าลงมา….. ตั๋ววันใช้ได้นะคะ

    แล้วก็เดินลงเขาต่อมาที่ Moulin Rouge ค่ะ

    Europe3102-edit

    Europe3117-edit

    Europe3121-edit

     

    แวะทานข้าวกันแถว ๆ นี้ค่ะ เป็นอาหารจีน ตักชั่งตามน้ำหนัก
    แม่ค้าตักให้ซะเต็มกล่อง ทานไม่หมด ก็เลยเก็บไว้เป็นอาหารเช้าได้อีกค่ะ อิอิ
    โปรแกรมวันนี้ ที่่ว่าจะจบที่ไอเฟล แต่ก็เพิ่มโปรแกรมจนมาถึงมงมาร์ตแล้ว แต่ก็ยังไม่หมดอีกนะคะ
    หลังจากนั่งพักทานข้าว เติมพลังกันเรียบร้อย
    เรายังพอมีแรงไปดูหอไอเฟลยามค่ำคืนกันอีกค่ะ

    มาถึง Trocadero ที่หอไอเฟลมีเปิดไฟระยิบ สวยมาก ๆ แต่ตั้งกล้องถ่ายรุปไม่ทัน
    ตั้งกล้องเสร็จไฟปิดพอดีเป๊ะ ให้มันได้อย่างนี้สิเนอะ
    แหมถ้ารู้ก่อนนี้จะมาให้เร็วสักนิดค่ะ

    Europe3129-edit 

    Europe3138-edit

    Europe3142-edit

    แค่นี้ ยังไม่หนำใจค่ะ
    ขอไปประตูชัยใหญ่ เก็บภาพบรรยากาศตอนกลางคืนบ้างนะคะ
    ปิดท้ายสำหรับวันนี้แล้วค่ะ

    Europe3150

    Europe3161

     

    กลับถึงห้อง สลบเหมือดค่ะ ใช้พลังงานหมดจริง ๆ
    สำหรับวันต่อไป สบาย ๆ แล้วค่ะ
    โรงละครโอเปร่า ตะลุยแหล่งช้อปปิ้ง แล้วก็หาของอร่อย ๆ ทานค่ะ

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : Belgium #2

    เช้านี้เราออกจากโรงแรมกันค่อนข้างเช้า ประมาณ 7 โมงกว่า ๆ
    เก็บข้าวของสมบัติให้เรียบร้อย เพราะว่าต้องเช็คเอ้าท์แล้ว
    แต่ที่โรงแรมไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำหากไม่มีคนมาเช็คอิน หากจะออกไปก็ให้หย่อนกุญแจลงตู้เป็นอันเสร็จ
    เราก็เลยต้องเอาของไว้บนห้องก่อน กลัวของหาย กะว่ามาเช็คเอ้าท์อีกทีตอน 11 โมง

    เราเดินเที่ยวกันก่อนค่ะ ยังไม่ค่อยหิว
    เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟแนะนำให้ไปหลายที่
    ที่นึงก็สถานที่ทำการของ EU
    หมอกเยอะมาก ๆ ตึกที่ไกล ๆ กว่านี้ก็ไม่สามารถมองเห็นได้เลย

    Europe2519

    นอกจากนี้แล้วก็พยายามจะไปตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ แต่ไปแล้วไม่เจอ ไม่มีป้ายบอกทาง
    ก็เลยตามเดิมดีกว่าค่ะ ไม่งั้นจะเสียเวลาซะเปล่า ๆ โน๊ะ
    กลับไป Centrum กันค่ะ
    แวะ Cathedral of Saints Michel ก่อน

    บรรยากาศด้านนอก

    Europe2533-edit

    ภายในโบสถ์

    Europe2522

    Europe2531

    Europe2524 

    Hotel De Ville ภาคกลางวันค่ะ สวยไปอีกแบบ

    Europe2535-edit

    Grand Place ภาคกลางวันบ้าง

    Europe2555

    แล้วก็ Manneken Pis ตัวน้อย

    Europe2547

    ตัวน้อยจริง ๆ เลยค่ะ จิ๋วเดียวเอง
    แต่ไฉนจึงมีคนเอากล่องกระดาษโยนทิ้งเข้าไปด้านในเยอะแยะก็ไม่รู้
    แย่จังเลยค่ะ ทัศนียภาพเสียหมด
    ภาพนี้ถ่ายแบบบัง ๆ ขยะแล้วนะเนี่ย ยังบังไม่หมด

    Europe2541-edit

    ใกล้ ๆ Manneken Pis มีภาพศิลปะนูนต่ำนี้อยู่ค่ะ
    ใครรู้บ้างว่าคืออะไรคะ
    เห็นทัวร์มาที่จุดนี้ แล้วก็จะลูบ ๆ คลำ ๆ ที่รูปปั้นกันค่ะ
    …ลูบซะเงาเลยนะเนี่ย อิอิ

    Europe2556

    แล้วก็ Comic Route Strip
    เจอแค่นี้เองค่ะ แหะๆ สงสัยไม่ทันสังเกต

    Europe2549

    Europe2550

    พอสายหน่อยก็ไปทานอาหารเช้ากันค่ะ
    ก็ได้ครัวซองค์กับกาแฟตามระเบียบ (ก็กินอย่างอื่นไม่ค่อยเป็นแหะๆ)
    หลังจากนั้นก็เดินเล่นย่านช๊อปปิ้งกันค่ะ เดินเช็คของตามออเดอร์
    เดินเพลินเชียวค่ะ จนถึงเวลาต้องเช็คเอ้าท์แล้ว
    รีบตาหูเหลือกเลยค่ะ กลัวโดนปรับเพราะเลยเวลาที่โรงแรมกำหนด
    ลืมไปซะสนิท ว่าจะไป Atomium ด้วย อดเลยค่ะ

    เอาสัมภาระเรียบร้อย ก็ยังมีเวลาเหลือ
    ก่อนที่จะไปขึ้นรถบัสไปปารีสกันตอน 14.00 น.
    แต่ถ้าจะไป Atomium อีกเนี่ย ไม่ทันแน่ ๆ
    เลยหอบข้าวของไปเดินเล่นย่าน Rue Neuve
    เดินจากโรงแรมไม่ไกลเลยค่ะ

    Europe2568-edit

    แล้วจริง ๆ ตรงนี้ก็ใกล้มาก ๆ กับถนนช๊อปปิ้งที่เราเดินเมื่อเช้า
    ใช่ค่ะ เราเดินอ้อมกันอีกแล้ว เหอๆ
    ถ้าดูจากรูปเนี่ย เดินตรง ๆ ไปก็ชนกันแล้วค่ะ

    รูปปั้นนี้ แอบอยู่ในซอย ระหว่างทางใน Rue Neuve

    Europe2574

    เดินกันจนใกล้เวลาเช็คอินแล้ว
    ก็แวะทาน McDonald ก่อนขึ้นรถ
    เพราะเห็นว่า จาก Rue Neuve เดินข้ามถนนไปก็ถึงสถานีรถบัส Euroline แล้ว ไม่ต้องรีบมาก
    (รอบนี้ (คิดว่า) ดูแผนที่จากเวปมาอย่างดีแล้ว)
    แต่…. มีแต่อีกแล้วค่ะ
    ไอ้ที่ว่าใกล้แค่ข้ามถนนไปเนี่ย แผนที่มันไม่ชัดเจน
    พอเดินไปจริง ๆ ไม่เหมือนในแผนที่เลย ก็เลยหลงค่ะ
    หาไม่เจอ วนอยู่เป็นนานแน่ะ เกือบเป็นเรื่องอีกแล้วมั้ยล่ะ
    ดีนะว่ามันอยู่ใน area เดียวกัน แค่คนละซอย
    เฮ้อออ ลุ้นตลอด เหนื่อย+มันส์จริง ๆ ค่ะ ;)

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : Belgium #1

    เรามาถึง Brussels กันเย็น ๆ
    ฝนตกพรำ ๆ ให้น่ารำคาญเล่น
    อันเนื่องมาจากอารมณ์ขุ่นมัวจากการตกรถบัสเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั่นเอง
    ออกจากรถไฟ ก็มาต่อรถไฟใต้ดิน
    ออกจากรถไฟใต้ดิน ก็มึนค่ะ หลงทิศ ดูแผนที่ผิดตำแหน่งไป
    แทนที่จะเดินขึ้นเหนือ ก็เลยเดินลงใต้ไปซะงั้น ฮ่าๆๆ
    กว่าจะเจอโรงแรมก็เดินตากฝนกันพักใหญ่ทีเดียว
    ที่นี่ เราได้ห้อง 3 เตียงอีกแล้วค่ะ ดีจัง ห้องใหญ่ใช้ได้

    เก็บข้าวของ นั่งพัก เปิดเนต
    แล้วก็ออกตระเวณกันค่ะ
    เรานั่งรถไฟใต้ดินเข้าไปในย่าน Centrum
    ผ่าน Hotel De Ville, Grand Place, Manneken Pis

    ::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

    เช้าเราออกกันค่อนข้างเช้าค่ะ
    จุดหมายวันนี้คือ Brugge เมืองที่หลาย ๆ คนบอกว่าไม่ควรพลาด
    ลังเลกันเล็กน้อยว่าจะเอาแจ๊คเก็ตไป หรือไม่เอาไปดี
    สุดท้ายด้วยความที่กลัวว่าไม่หนาวแล้วจะพะรุงพะรัง ก็เลยทิ้งไว้ที่ห้อง…. ตัดสินใจผิดอีกแล้ว
    แม้ว่าตอนนี้ฝนที่ตกตั้งแต่เมื่อวาน ยังไม่หยุดเลยค่ะ… ก็นะ หวังว่ามันจะหยุดเมื่อเราไปถึง

    เราไปถึง Brugge กันค่อนข้างเช้า นักท่องเที่ยวยังไม่มากนัก
    Tourist Information ก็ยังไม่เปิดด้วย ต้องยืนรอ
    ส่วนอากาศเย็นกว่าที่คิดไว้มากๆๆ ฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย
    พอออฟฟิศเปิด ก็ต่อคิวซื้อแผนที่ แล้วมุ่งหน้าเข้าเมืองกันเลย ก็เดินตาม ๆ กันเข้าไปค่ะ ไม่ไกลนัก
    แล้วก็ได้เห็นแล้วว่า เมืองนี้น่ารักจริง ๆ เสียดาย ถ้าฟ้าใส คงลั๊ลลากว่านี้มากมาย
    จริง ๆ ที่ลั้ลลาไม่ค่อยออกเพราะว่ามันหนาวมากด้วย หนาวบวกฝน บรี๊ยยย ทรมานค่ะ เสียอรรถรสในการเที่ยวไปมิใช่น้อยเลย

    หนาวมาก ๆ เข้าก็วิ่งเข้าโบสถ์ค่ะ
    บังเอิญไปเจอรูปปัั้นนี้เข้าค่ะ พึ่งรู้ว่าเค้ามาดูที่นี่กัน เหอๆ

    Europe2315

    ส่วนนี่ก็บรรยากาศภายในโบสถ์

    Europe2317

    Europe2319

    แล้วก็ต้องกลั้นใจออกมานอกโบสถ์

    Europe2322-edit

    เดินแป๊ป ๆ ก็หนาวอีก เลยหาเรื่องแวะร้าน Bakery ค่ะ
    ถือโอกาสทานอาหารเช้าครัวซองกับกาแฟ เพราะว่าที่โรงแรมไม่มีให้
    นั่งนานเลยค่ะ เพราะว่าฝนตกหนักกว่าเก่าอีก T_T
    เลยถือโอกาสศึกษาแผนที่ เข้าห้องน้ำห้องท่า รอจนฝนซา
    ออกมาอีกที ก็เจอกับถนนที่เต็มไปด้วยร้านช๊อคโกแลต
    เล่นเอาคนชอบกินช๊อคโกแลตตื่นตาตื่นใจมากค่ะ
    มองน้ำลายหยดแหมะ ๆ อิอ

     Europe2334

    Europe2378-edit

    Europe2335

    Europe2337

    Europe2340-edit

    ฝนตกก็สวยไปอีกแบบ เหมือนมีหมอกปกคลุม ราวกับเมืองในฝัน (ว่าไปโน่น ฮ่าๆๆ)

    Europe2346-edit

    Europe2348

    Europe2354

    Europe2355-edit

    Europe2360

    Europe2369-edit

    Europe2370-edit 

    Europe2388

    Europe2393

    Europe2395-edit

    Europe2414-edit

    Europe2422-edit

    แล้วก็จุดนี้ เค้าว่าเป็นวิวที่ดีที่สุดใน Brugge… จริงหรือเปล่าน๊า

    Europe2431-edit

    และก็ร้านเหล้าร้านนึงค่ะ สวยดี

    Europe2437-edit

    Europe2442-edit 

    ปิดท้ายด้วยรูปนี้ ก่อนกลับ Brussels กันค่ะ

    Europe2469-edit 

    สถานีรถไฟ Brugge และช๊อคโกแลตแสนอร่อยในมือ
    แหม… ไม่อยากกลับไป Brussels เลยค่ะ

    Europe2476

    ที่ Brugge นี่มีร้านรวงบ้านช่องน่ารัก ๆ ตามตรอกซอกซอยอีกเยอะเลยค่ะ
    ถ้ามีเวลา น่าจะมาพักค้างคืนด้วย บรรยากาศดีจริง ๆ

    ::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

    กลับมาถึง Brussels รีบกลับโรงแรมไปเอาแจ๊คเก็ตกันค่ะ
    แล้วค่อยออกไปเก็บตกภาพยามค่ำคืนกันอีกที เพราะว่าเมื่อวานรมณ์บ่จอยกันอยู่ อิอิ

     

    Grand Place

    Europe2495-edit

     

    Hotel De Ville

    Europe2498-edit

    Europe2500-edit 

     

    Cathedral of Saints Michel and Gudule

    Europe2515-edit 

    ไม่มีด ไม่กลับโรงแรมกันเลยค่ะ
    เท่าที่เดินมา ก็เดินจุดสำคัญต่าง ๆ เกือบครบแล้วนะเนี่ย
    เอาไว้จะมาเก็บบรรยากาศตอนสว่างอีกรอบในวันพรุ่งนี้นะคะ

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : Netherland #4

    ที่ Rotterdam เราเจอฝนกันตั้งแต่เมื่อเย็นวาน
    เช้ามาก็ยังมีเมฆเยอะ ฝนลงนิดหน่อย
    เราจัดการเก็บข้าวของ ทานอาหารเช้า เช็คเอ้าท์ และตัดสินใจฝากของไว้ที่โรงแรม
    ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผิดจริง ๆ ค่ะ แต่เดี๋ยวจะเล่าทีหลังว่าเพราะอะไร

    เราต้องนั่งรถไฟใต้ดิน ไปต่อรถบัส เพื่อที่จะไป Kinderdijk
    วันนี้เราพลาดค่ะ ลึมนึกเผื่อไปเสียสนิทเลยว่า รถบัสจะมีออกเวลาไหนบ้าง
    ปรากฎว่า รถที่ไป Kinderdijk มีแค่ชั่วโมงละเที่ยวเท่านั้น
    กว่าจะได้ขึ้นรถก็ราว ๆ 11 โมง
    กว่าจะไปถึงที่หมาย ก็อีกราว ๆ ชั่วโมงนึง

    ที่นี่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมากนักค่ะ
    กลุ่มที่เจอตอนรอรถบัส ก็เป็นเอเชียนี่แหละ แค่สองสามกลุ่ม
    เอาล่ะ เมื่อนั่งรถมากันจนเมื่อยก้น ก็ถึงเป้าหมายของเราแล้วค่ะ Kinderdijk
    จะมีกังหันทั้งหมด 19 หลังค่ะ
    เป็น World Heritage ของ UNESCO ด้วย

    Europe2158

    เมื่อเห็นว่าเวลาน้อยแล้ว ครั้นจะเดินเอ้อระเหยก็คงไม่ได้ค่ะ
    ตัดสินใจเช่าจักรยานขี่กันดีกว่า เพราะดูแล้วระยะทางน่าจะไกลพอดู

    ถึงแม้อากาศจะไม่ค่อยดีนัก ไม่มีฝน ไม่มีแดด เมฆเยอะเต็มฟ้า
    ทำให้อดเห็นทิวกังหันกับท้องฟ้าสวย ๆ
    ไปชมภาพกันดีกว่าค่ะ แต่ว่าขาวโพลนหน่อยนะคะ

    Europe2172-edit

    Europe2177-edit

    เป็ดน้อยคาบกิ่งไม้ไปสร้างรัง ^^

    Europe2178

    Europe2196-edit

    Europe2203-edit

    Europe2215

    มีเรือนำเที่ยวด้วยค่ะ

    Europe2236

    ฟ้าเริ่มจะเป็นใจแล้วค่ะ โผล่แพลม ๆ พอจะมีสีบ้างแล้ว

    Europe2242

    Europe2254-edit

    Europe2265-edit

    Europe2270

    Europe2279-edit

    ปั่นจักรยานไปก็บ่นไปค่ะ
    แต่บ่นในทางดีนะคะ
    คือที่นี่เนี่ย ดูชนบท และธรรมชาติมากๆๆ บรรยากาศเงียบสงบ
    มีแต่เสียงนกเสียงกา นกเป็ดน้ำก็ทำรังกันริม ๆ ตลิ่ง
    อากาศก็สดชื่น นักท่องเที่ยวไม่มาก ไม่ต้องเบียดเสียดแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว
    ชอบจังเลย บรรยากาศแบบนี้

    แต่ชื่นชมได้ไม่นานค่ะ นึกขึ้นได้ว่าเราต้องรีบกันแล้ว
    เพราะว่าจะต้องขึ้นรถ Euroline ไปบรัสเซลในตอนบ่าย 15.15 น.
    แต่ ณ ตอนนั้นก็บ่ายครึ่งแล้วคร่าาาา ตายๆๆ
    รถก็มีเป็นเวลาเสียด้วย เที่ยวเร็วสุดก็คือประมาณบ่ายสอง
    กว่าจะเข้าเมือง นั่งรถไฟไปเอาของที่โรงแรม นั่งรถเข้าไป Rotterdam Centraal ก็ราว ๆ ชั่วโมงเศษ ๆ

    พอบัสมาถึงสถานีรถไฟใต้ดิน ก็จ้ำเท่านั้นค่ะ เพื่อได้นั่งรถไฟใต้ดินให้เร็วที่สุด และทั้งเดิน ทั้งจ้ำ ทั้งวิ่งไปโรงแรม
    แล้วยังต้องจ้ำ ๆ วิ่ง ๆ กลับไปสถานีรถไฟใต้ดิน เหนื่อยมากกกกกกกก
    ตอนนี้ก็เสียเวลาไปประมาณ 10 นาทีแล้วค่ะ ไม่น่าเลย
    ซ้ำร้ายกว่านั้น พอไปถึง Centraal เราหาสถานีรถ Euroline ไม่เจอค่ะ
    ทั้งที่ถามจากโรงแรมแล้ว เค้าว่าอยู่ใน area เดียวกัน
    เจ้าหน้าที่ที่สถานีรถไฟ ก็ชี้ให้ไปทาง
    คนแถวนั้นก็ชี้ให้ไปอีกทาง
    เดินกันประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงอยู่เหมือนกันค่ะ
    เริ่มเครียด หายังไงก็ไม่เจอ ป้ายก็ไม่มีบอกเลย
    จริง ๆ ตอนนี้ก็เลยเวลารถออกแล้ว ได้แต่ภาวนากันว่าขอให้รถเลท
    เริ่มตั้งสติได้ ควักเอาใบจองออกมาดู มันมีชื่อถนนบอกอยู่
    แล้วเริ่มหาจากแผนที่อีกที ถึงได้เจอ
    ตอนนี้เริ่มคิดแล้วว่า ทามมายโง่ขนาดนี้ว๊าาาา ควักออกมาดูแต่แรกก็ถึงตั้งนานแล้วเนี่ย

    แต่ขณะที่กำลังจ้ำไปที่จุดจอดรถ อีกประมาณนิดเดียวเอง แค่หลังตึกเท่านั้น
    ก็เห็นรถวิ่งผ่านไปต่อหน้าต่อตา
    โถ รถก็อุตส่าห์เลทแล้ว เรายังไม่ทัน เสียใจจริง ๆ
    รถเที่ยวต่อไปในวันนี้ก็ไม่มีแล้ว
    เลยเป็นเหตุให้ต้องซื้อตั๋วรถไฟไปบรัสเซลเพิ่มอีกคนละ 26.95 ยูโร
    จากค่ารถบัส 10 ยูโร
    เลยกลายเป็นการเดินทางไปบรัสเซล ต้องเสียค่าตั๋วทั้งหมดคนละ 36.95 ยูโร โอวววว แพงจริง ๆ

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : Netherland #3

    วันนี้เราจะไปเที่ยวสวน Keukenhof กันค่ะ
    โดยเราจะต้องเช็คเอ้าท์ และหอบเอาสัมภาระไปด้วยทั้งหมด
    เนื่องด้วยว่า เราจะล่องลงไปนอนที่ Rotterdam เลย
    โดยซื้อตั๋วรถไฟไปปลายทาง Rotterdam ได้เลย และสามารถแวะตามสถานีกลางทางได้
    (จริง ๆ แล้วสามารถซื้อตั๋ว Amsterdam-Leiden พ่วงด้วย Bus ไป Keukenhof ได้)

    วันนี้ชิลล์มากไปหน่อย สายเลยค่ะ กะเวลาผิด ลืมเผื่อเวลาเดินทางซะงั้น
    ขึ้นรถไฟได้ ก็ชมวิวข้างทางกันซะเพลิน
    ตื่นเต้นกับสวนทิวลิปที่เป็นแถว เป็นแนว เป็นทุ่งขนาดนี้
    หันถ่ายรูปทางซ้ายที ขวาที ไปจนเกือบถึง Leiden

    Europe1785

    Europe1791

    Europe1795

    เราลงกันที่ Leiden แล้วค่อยซื้อตั๋ว Bus+ค่าเข้าสวน ในราคา 20 Euro
    จัดการฝากกระเป๋าที่ตู้อัตโนมัติ แล้วก็ไปรอคิวขึ้นรถบัสสาย 54 ได้เลย
    คิวยาวมากมายค่ะ แล้วกว่ารถจะมาก็นานมาก ๆ
    ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันมีเวลาที่แน่นอน
    กว่าจะได้ขึ้นจริง ๆ ก็เลทไปประมาณครึ่งชั่วโมง
    แต่เมื่อไปถึงก็เข้าใจเลยว่า ทำไมรถบัสถึงเลทได้นานขนาดนั้น
    เราไปถึงกันก็เกือบ ๆ เที่ยงแล้วค่ะ
    คิวทางเข้าก็ยาว แต่ก็ยังพอเดินไหล ๆ เข้าไปได้

    วันนี้อากาศดีมาก ๆ ค่ะ ท้องฟ้าแจ่มใสสุด ๆ ไม่มีเมฆเลย
    ทำให้อากาศออกจะร้อนซักหน่อย ต้องถอดเสื้อคลุมออก
    ไม่บรรยายมาก ไปชมภาพเลยดีกว่าเนอะ

     Europe1796

    Europe1817Europe1819-edit

    Europe1821

    มีคอกเลี้ยงสัตว์ด้วย สามารถเข้าไปเดินเล่นได้อย่างใกล้ชิด

    Europe1835-edit

    Europe1837-edit

    Europe1838-edit

    Europe1863-edit

    Europe1864Europe1868Europe1871-editEurope1874-editEurope1889-editEurope2019-edit

    Europe1876

    มื้อเที่ยงค่ะ แฮมเค้าหอมมาก ๆ ให้เยอะมาก ๆ ด้วย
    Yummy!!!!!

    Europe1896

    Europe1901Europe1915Europe1937-edit
    Europe1916Europe1919Europe1949-edit 
    Europe1967Europe1969-editEurope1979-edit

    Europe2003-editEurope2004

    Europe2011-edit

    เดินกันราว ๆ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ได้ค่ะ ไม่ทั่วเท่าไหร่
    ก็เริ่มเบื่อกันแล้ว… เดินต่อก็เป็นสวนเหมือน ๆ กันไปหมดอ่ะค่ะ
    คือใจจริงแล้ว นึกว่าจะเห็นเป็นทุ่งเหมือนที่นั่งรถผ่าน ๆ มาซะอีก อยากดูแบบนั้นมากกว่า
    แล้วอีกอย่าง เรายังอยากจะไปแวะที่ Delft กันอีกที่ ก็เลยรีบออกดีกว่าเนอะ เดี๋ยวจะเย็นเกิน

    อันนี้ก็วิวขาออกมาจาก Keukenhof ค่ะ ชอบจังเลย

    Europe2044-editEurope2046-edit

    พอถึงสถานี Leiden ก็รีบแจ้นไปเอากระเป๋า จับรถเที่ยวเร็วสุดเลย
    แล้วไม่นานนัก เราก็มาถึง Delft กันแล้วค่ะ
    ภาพนี้หน้าสถานีรถไฟ Delft
    ตึกสีน้ำเงินตั้งเด่นเป็นสง่า มีจักรยานนับร้อย ๆ เป็น prop ประกอบ อิอิ

    Europe2062-edit

    เนื่องจากว่าไม่ได้เตรียมตัวจะมาที่นี่แบบจริงจัง ก็เลยไม่มีแผนแน่นอน
    ที่สถานีก็ไม่มี information เลย ถามเจ้าหน้าที่ก็ได้แต่บอกว่าเดินเข้าเมืองมุ่งหน้าไปทางโบสถ์ที่เห็นลิบ ๆ โน่น
    แล้วเราก็ลากกระเป๋ากันคนละใบ เดินหา Tourist information กันเลยดีกว่าค่ะ

    เจอแล้วค่ะ Tourist information
    จิ้มมั่ว ๆ ได้แผนที่เมืองมา 2 ใบ เหอๆ

    Europe2070

    Europe2076Europe2078

    Europe2080

    Europe2081-edit

    Europe2083-edit

    Europe2086

    Europe2088-edit

    เมืองนี้ไม่ใหญ่มาก เดินแป๊ป ๆ ก็เกือบทั่วแล้วค่ะ
    เอ๊ะ หรือที่คิดว่าทั่วแล้วมันไม่ทั่วหว่า อิอิ
    เรารีบออกกันพอสมควรค่ะ เนื่องจากเริ่มเย็นแล้ว เราต้องเดินทางต่อไป Rotterdam เดี๋ยวมืดค่ำซะก่อนจะหาที่พักลำบาก

    มาถึง Rotterdam ความรู้สึกแตกต่างกับสองวันที่ผ่านมาเลยค่ะ
    ออกจากสถานี Rotterdam Centraal ก็จะเจอกับตึกสูงใหญ่

    Europe2127Europe2128

    พอเช็คอินเสร็จ ก็เพลิดเพลินกับห้องพัก และ internet กันนิดหน่อย
    ห้องพักที่นี่กว้างขวางค่ะ ตลอดทุกแห่งในทริปนี้ที่ผ่านมา ที่นี่ห้องใหญ่สุด ๆ แถมจอง Double bed ได้ Triple bed อีกตะหาก
    ทำให้วางของ จัดของ จัดกระเป๋าได้อย่างสบาย ๆ มีที่ให้ถ่ายรูปได้อีก
    (ที่อื่นถึงห้องก็โยนของเต็มเตียง ไม่สามารถถ่ายรูปได้เลยค่ะ อิอิ)

    Europe2132

    Europe2129Europe2130

    Europe2131

     

    มื้อเย็นวันนี้ทานกันแบบง่าย ๆ เพราะว่าฝนตก แล้วแถวโรงแรมก็ไม่ค่อยมีร้านอาหารให้เลือกมากนัก
    มีซุปเปอร์อยู่ร้านนึง แล้วก็ร้านเคบัปอยู่อีกร้านนึงเองค่ะ
    ก็เลยได้เคบัปประทังชีวิต
    แล้วก็รีบกลับห้อง Search หาข้อมูล เพื่อเตรียมตัวไป Kinderdijk พรุ่งนี้กันดีกว่าค่ะ

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : Netherland #2

    โปรแกรมวันนี้ ยกยอดมาจากเมื่อวานค่ะ
    ก็กลับมาเที่ยวใน Amsterdam แทน เพราะว่าเมื่อวานไป Waterland มาแล้ว
    เนื่องจากมีเวลาทั้งวัน ก็เลยเอ้อระเหยอยู่ในเมืองกันได้เต็มที่
    ออกจากโรงแรม ก็เดินไปเรื่อยค่ะ ไม่ค่อยมีทิศทางแน่นอน ออกแนว “มั่ว” นั่นเอง แหะๆ

    ที่แรก Magere Brug ค่ะ เป็นสะพานเก่า

     Europe1628-edit    Europe1632

    แล้วก็เดินไปเรื่อย จนถึง Heineken Experience
    แต่ว่ายังไม่เปิดค่ะ เลยได้แต่ด้อม ๆ มอง ๆ ถ่ายรูปด้านหน้ามา

    Europe1636-edit

    Europe1640-edit

    แล้วก็ Rijksmuseum ค่ะ
    ที่นี่ใช้ I amsterdam card ได้
    ด้านในห้ามถ่ายรูป

    Europe1642

    Europe1645-edit

    ด้านหลังของ Rijksmuseum ก็จะเป็นลาน มีป้าย I amsterdam

    Europe1653-edit

    เดินเยื้องไปถนนทางขวาหน่อย ก็จะสามารถเดินไป Van Gogh Museum ได้ค่ะ
    ใช้ I amsterdam card ได้เช่นกัน
    แต่ตอนนี้มีงาน
    Van gogh and the colours of the night จะเสียค่าเข้าเพิ่มคนละ 2.5 Euro
    เป็นแบบบังคับจ่ายด้วย เพราะว่ามันอยู่ด้านใน ไม่ได้แยกส่วนกันค่ะ

    ด้านใน ห้ามถ่ายรูป

    Europe1662-edit

    แล้วเราก็ไปต่อกันที่นี่ค่ะ Nieuwe Kerk
    ด้านในจัดเป็น Gallery
    ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ คิดว่าจะได้ชมโบสถ์สวย ๆ ซะอีก

    Europe1670

    เสร็จแล้วเดินผ่านย่าน Damrak

    Europe1677

    Europe1678

    เพื่อไปยัง Oude Kerk
    ที่นี่ก็ จัดแสดงภาพอีเหมือนกันค่ะ
    แต่ก็ยังได้ชมในส่วนของโบสถ์บ้าง

    Europe1689   Europe1679   Europe1682

    Europe1681

    ออกมาเจอสัญญลักษณ์นี้ แปลว่าเดินเข้าเขต Red Light District แล้ว

    Europe1690

    แต่เดี๋ยวเราจะไปที่อื่นกันก่อนนะคะ เดี๋ยวจะกลับมาใหม่ค่ำ ๆ ค่ะ
    ตอนนี้ เราจะไปล่อง Canel Cruice กันค่ะ
    โดยใช้สิทธิ์ของ I amsterdam card

    Europe1694 

    Europe1696

    Europe1706   Europe1716   Europe1718

    พอขึ้นบกได้ เรากะจะไป Albert Cuyp Market
    แต่ว่ามาช้าเกินไปค่ะ ตลาดปิดแล้ว เสียดายๆ
    ก็เลยนั่ง Tram ย้อนไปทาง Damrak
    ผ่านตรงไหนน่าสนใจก็แวะลง
    พอดีตาเหลือบไปเห็นตลาดขายดอกไม้ ก็เลยรีบลงเลยค่ะ
    เดินแล้วสดชื่นดีจริง ๆ

    Europe1735

    Europe1737-edit

    Europe1746-edit

    เดินเสร็จแล้วยังไม่มืดเลยค่ะ ก็เลยไปทานข้าวกันที่ China Town ค่ะ
    อาหารถูกปากหน่อย อิอิ
    จานโตเหมือนเดิม

    Europe1758   Europe1759   Europe1760

    ทานเสร็จก็ยังไม่ค่อยมืดนัก
    แต่ก็ขอเดินไปเยี่ยมชม Red Light District ซะหน่อย
    ก็เริ่มเปิดไฟ เห็นแสงสีกันแล้ว
    ย่านที่มีสาวตู้ ไม่กล้าถ่ายรูปมาค่ะ กลัวเสียมารยาท แหะๆ

    Europe1761

    แล้วก็ได้เวลากลับโรงแรมแล้วล่ะค่ะ
    เริ่มมืดแล้ว กลับไปพักเอาแรงดีกว่าค่ะ

    รูปสุดท้ายค่ะ ถ่ายติด Oude Kerk ตอนกลางคืน สวยไปอีกแบบนึง

    Europe1764

    Europe1768-edit

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : Netherland #1

    หลังจากเมื่อวานเช็คอินขึ้นรถตอนเวลา 18.00 น.ที่ Victoria Coach Station
    กะว่าจะหลับยาววววๆๆ มาบนรถ
    แต่เปล่าเลยค่ะ ดูวิวข้างทางบัาง พอจะงีบๆ ก็ไม่ได้งีบ หลับ ๆ ตื่น ๆ อีกตามเคย
    แล้วตอนจะลอดอุโมงค์ข้ามจากอังกฤษไปฝรั่งเศสก็ตื่นค่ะ จำไม่ได้ว่ากี่โมง
    ตื่นเต้นอยากรู้ว่าจะลอดอุโมงค์ยังไง

    รถโค้ชหรือรถบัสเนี่ยค่ะ หรือรถยนต์อื่น ๆ ก็ตาม ต้องวิ่งเข้าไปในโบกี้รถไฟ เพื่อข้ามฝั่งไปค่ะ
    รถไฟนิ่มมากเลย เสียแต่ว่า พอรถจอดในโบกี้แล้วเนี่ย มันก็ต้องดับเครื่อง
    หายใจไม่ออกค่ะ รู้สึกเหมือนอากาศในรถไม่พอ และร้อนด้วยค่ะ
    ก็ทนกันไป หลับๆ ไปจะได้ไม่รู้สึก

    Europe04505

    Europe04506

    Europe04504

    ตื่นมาอีกที ตอนที่ต้องตรวจพาสปอร์ด และวีซ่า
    จะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บพาสปอร์ต
    และก็ให้ทุกคนลงจากรถ หยิบสัมภาระของตัวเอง กระเป๋าเดินทางที่โหลดไว้ใต้ท้องรถ
    ซึ่งกระเป๋าเราถูกหยิบออกมาใบสุดท้าย เลยต้องเข้าคิวเป็นคนสุดท้าย
    แล้วก็ตรวจทีละคนเลยค่ะ
    ตรวจในที่นี้คือตรวจกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเป้
    ตรวจแบบให้เปิดกระเป๋า รื้อของ ดูทุกซอกเลยค่ะ ไม่มีเครื่องสแกน
    แล้วจะมีกระดาษคำถามว่า มีเงินติดตัวเกิน 10,000 GBP หรือเปล่า
    กว่าจะตรวจครบ ก็เล่นเอาหายง่วงไปเลย
    พอกลับขึ้นรถ ผู้โดยสารก็กลับเข้านั่งที่

    แต่มีฝรั่งเจ้าปัญหาค่ะ มานั่งที่เราเฉยเลย ทั้งที่เราก็วางหมอนรองคอกันไว้ที่นั่งละ 1 อัน
    มันบอกว่า ไม่เห็นมี ไม่รู้เรื่อง แล้วเราก็เห็นหมอนของเราไปอยู่กับที่นั่งคนอื่นซะงั้น
    ยังไงก็ไม่ยอมเปลีย่นที่นั่งค่ะ แถมพูดไม่รู้เรื่องอีก
    คนขับรถต้องเข้ามาเคลียร์ มันก็ยังไม่ยอมอีกนะคะ จนคนขับจะให้ลงจากรถเลย ถึงยอมลุกไป
    พอมันลุก คนเฮกันทั้งรถ
    อ่อ เค้าเป็นคนที่รีบเข้าห้องน้ำตอนเจ้าหน้าที่จะมาเก็บพาสปอร์ตด้วย
    แอบคิดว่ามันมีอะไรผิดกฎหมายหรือเปล่าฟระ รีบร้อนขนาดนั้น

    :::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

    เรามาถึง Amsterdam กันตอนเช้าตรู่ 06.45 น.
    รถราก็ยังไม่มี information ก็ยังไม่เปิด ไม่มีใครให้ถามอะไรเลยค่ะ
    แถมป้ายต่าง ๆ ก็ไม่มีภาษาอังกฤษซะอีกนะ มึนเลยค่ะ
    ก็เลยต้องยอมพึ่งพาแท๊กซี่ ให้ช่วยไปส่งที่โรงแรม ในราคา 11 Euro
    เนื่องจากเช้ามาก จะฝากกระเป๋าแล้วไปเที่ยวก็ยังไม่รู้จะไปไหน เช้าขนาดนั้น
    แล้วเจ้าหน้าที่ในกะนั้นบอกว่าสามารถจะเช็คอินได้ตอน 10.00 น. เลยรออยู่ที่โรงแรม
    นั่งเล่น internet ไปเรื่อย ๆ
    แต่พอเปลี่ยนกะแล้ว อีกคนบอกให้เช็คอินตอนบ่าย…. ซะงั้น

    พอสายหน่อย เลยออกไปที่ Amsterdam Centraal ซึ่งเป็น center ของ Amsterdam
    ระหว่างทาง เจอเรือ เจอ canel เจอสะพาน ก็ตื่นเต้นแล้วค่ะ

    Europe1376

    Europe1402   Europe1408-edit

    Information ที่นี่ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะ
    จะเป็น Train Information กับ I amsterdam card
    ที่จะเป็น Tourism Information จริง ๆ เนี่ย หาไม่ยักกะเจอ

    แล้วเราก็ซื้อ I amsterdam ซึ่งรวมตั๋วรถ Tram กับ Bus ไว้ด้วย
    ดีอย่างว่าตั๋วที่นี่จะใช้ได้ 24 ชม. นับจากการใช้ครั้งแรก ไม่ใช่ 1 calendar day นะคะ
    แต่ดูเวลาแล้ว ถ้าเที่ยวใน Amsterdam วันนี้ครึ่งวัน พรุ่งนี้อีกครึ่งวัน ค่อยออกไปนอกเมือง อาจจะไม่เต็มที่
    ก็เลยจะไป Volendam กันเลย
    เจ้าหน้าที่ก็แนะนำให้ว่าซื้อตั๋ว Bus ไป Waterland ค่ะ
    แต่แอบเคืองค่ะ เห็นเราถือ I amsterdam card ไม่แนะนำเลยว่ามันสามารถลดค่าตั๋วไป Waterland ได้
    มาอ่านเจอเอาทีหลังค่ะ เสียดายจัง

    หายเคืองแล้ว ไปขึ้นรถ Bus กันดีกว่าค่ะ ชมวิวกันไปเพลิน ๆ

    Europe1428

    Europe1437-edit

    ไม่นานค่ะ ถึง Volendam แล้ว
    เป็นหมู่บ้านชาวประมง
    เอ.. แต่ว่าไม่เห็นเรือประมง เท่าที่ดูเนี่ย เหมือนจะเป็นเรือยอร์ชซะมากกว่า
    หรือว่าเค้าออกเรือกันหว่า
    ที่นี่ก็นักท่องเที่ยวเยอะนะคะ พลุกพล่านทีเดียว
    ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก เต็มไปหมด
    แล้วเราก็จอดกันที่ร้านนี้ค่ะ

    Europe1445

    Europe1442

    ชิ้นแรก ลองชิมค่ะ แบ่งกันๆ
    อร่อยดีนะคะ เลยไปซื้ออีกชิ้น
    แต่ชิ้นที่สองไม่อร่อยแล้ว สงสัยรู้รสแล้วเลยไม่อร่อย อิอิ

    Europe1449

    Europe1456

    Europe1466-edit

    Europe1477-edit

    เดินวนหมดรอบ นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้กินน้ำกันเลยค่ะ… ตั้งแต่เช้า
    เลยเดินออกไปจากย่านค้าขาย ที่คนน้อย ๆ กว่านี้
    น้ำดื่น เฟรนช์ฟราย ด้านนอก ถูกกว่าเยอะพอสมควรเลยนะคะ
    ใครจะไปก็อดใจออกมาทานด้านนอก หรือซื้อก่อนเข้าไปก็ดีค่ะ ประหยัดไปได้อีกนิด

    จากตรงนี้ เราไม่ได้ข้ามไป Marken กันนะคะ
    เพราะว่า ดูจากที่นี่แล้วไม่ค่อยประทับใจนัก
    แต่เรานั่งรถไปแวะ Edam กันแทนค่ะ อยู่ไม่ไกลกัน นั่งรถแป๊ปเดียวเอง
    แต่แค่เป๊ปเดียวเนี่ย หลับได้นะคะ เพลียจัด ๆ แล้วตอนนั้น
    พนักงานจอด แต่เราไม่ได้ลง เพราะไม่คิดว่าต้องลงตรงจุดนั้น คนขับก็ไม่บอกโน๊ะ
    เป็นอันว่านั่งรถเลยมา 1 ป้ายค่ะ แต่ก็ยังอยู่ในบริเวณเดียวกัน
    เลยมาเจอนี่ก่อนเลย บ้านหลังนี้ของแต่งบ้านน่ารักดี ลง brochure ด้วย ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกค่ะ มาเห็นเอาทีหลัง

    Europe1524-edit

    เดินทางนี้เงียบ ๆ หน่อยค่ะ เกือบหาเมืองไม่เจอแน่ะ
    ต้องเดินเข้าไปลึกนิดนึง
    จะเจอร้านชีส และร้านช๊อคโกแลต
    ตาโตเลยค่ะ อยากกินไปซะหมด

    Europe1534-edit

    Europe1538

    Europe04520

    Europe04522

    Europe04526

    Europe1540

    ข้างหลังนั่นเป็น Edams Museum ค่ะ
    ถ้าลงรถตอนที่ Bus จอดทีแรกก็ใกล้ตรงนี้มาก ๆ

    Europe1544

    Europe1553

    จัด Display หน้าร้าน น่ารักมาก ๆ

    Europe04543

    Europe1562-edit 

    ตึกนี้เอียง ๆ อยู่ ช่วยดันค่ะ อิอิ

    Europe1564-edit

    กำลังจะกลับแล้ว แต่ขอเดินมั่วไปอีกนิดนะคะ
    ก็บังเอิญไปเจอร้านชีสนี้เข้าค่ะ เป็นร้านเก่าแก่ (ดูจากรูปที่ติดหน้าร้าน)
    พี่โป้งบอก ชีสนมแพะอร่อยค่ะ ก็เลยซื้อกลับมาด้วย
    เสียดายว่าซื้อมาก้อนเดียว กลัวจะแบกกันไม่ไหว กระเป๋าไม่มีที่ใส่ของแล้วค่ะ

    Europe1571-edit

    Europe1575

    Europe04551

    Europe04547

    เราเดินกันจนสุดทาง อ้อมกลับมาอีกถนนนึงค่ะ
    เจอทางเดินเส้นนี้เข้า บรรยากาศดีมาก ๆ
    ด้านนึงเป็นบ้านช่องน่ารัก ๆ อีกด้านนึงเป็น canel มีนกเป็ดน้ำตลอดทาง

    Europe1600-edit

    Europe04562

    Europe04566

    สุดถนนเส้นนี้ ก็ถึงป้ายรถเมลล์ที่เราลง
    เป็นปลายทางของรถเมล์พอดี
    ขึ้นรถกลับ Amsterdam หลับค่ะ จนเกือบถึงปลายทางโน่นแหละ ถึงได้ตื่น

    ถึงจะเพลียแค่ไหน ก็สู้ตายค่ะ
    ยังมีอารมณ์และมีแรงเดินชมเมืองได้อีก

    Europe1615-edit

    เดินไปเรื่อย ๆ ก็เจอกับ Red Light District ตื่นตาตื่นใจ แต่ไม่กล้าถ่ายรูปมา กลัวเสียมารยาทค่ะ แหะๆ
    ออกมาก็เจอ Oude Kerk แต่วันนี้ไม่ได้เข้าค่ะ อยากรีบกลับไปพักแล้ว
    ต่อมาก็เจออันนี้ เหมือนจะเป็นร้านอาหารนะคะ จำไม่ค่อยได้ แต่ก็น่ารักดี

    Europe1622

    หลังจากนี้ก็มุ่งหน้ากลับโรงแรมแล้วค่ะ เพราะว่าเส้นทางเดียวกันเลย สามารถเดินได้ 1 เหนื่อย
    แวะซื้อของซุปเปอร์มาเก็ต ประเภท น้ำอัดลม เบียร์ เข้าไปทานที่ห้องค่ะ
    แต่เหมือนว่าเบียร์จะหมดไปแค่ 1/5 กระป๋อง พี่โป้งก็หลับป๊อกไปซะแล้วค่ะ
    มานั่งนึกตอนนี้ ว่าวันนั้นได้กินข้าวเย็นกันหรือเปล่า
    นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่ากินกันตอนไหน และกินอะไร เพราะไม่มีรุปถ่ายไว้เป็นหลักฐานเลยแฮะ

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : London #4

    แล้วเราก็กลับมาถึงลอนดอนในตอนเช้าค่ะ 6.20 น.
    ก็ concept เดิม เดินทางกลางคืน ประหยัดเวลาเที่ยว และประหยัดค่าโรงแรม 1 คืน อิอิ
    เช้านี้ลง Victoria Coach Station ด้วยอาการมึนๆ ง่วงค่ะ หลับ ๆ ตื่น ๆ ทั้งคืนเหมือนเดิม
    ตอนแรกตั้งใจจะ Left Luggage ไว้ที่ Coach Station เลย
    แต่เรามาถึงเช้าเกินไปค่ะ เค้าเตอร์ยังไม่เปิด
    เสียดายมาก ๆ เพราะที่นี่ถูกกว่าที่สถานีรถไฟ แถมยังสะดวกกว่า เพราะเดี๋ยวเราจะต้องกลับมาขึ้นรถที่นี่อีก
    สรุปว่าเราก็ต้องลากกระเป๋า แกรกๆๆ ไปด้วย

    โปรแกรมวันนี้ ใจจริง ตั้งใจจะไป Bicester Village กับ British Museum สองที่
    พอเช็คค่ารถไฟที่จะไป Outlet แล้ว พี่โป้งรีบบอก โห ค่ารถแพงมาก จะช๊อปปิ้งคุ้มมั้ยเนี่ย
    ก็เลยสรุปว่าไม่ได้ไป อดค่ะ
    เลยไป British Museum กัน
    ทีนี้ เจ้ากระเป๋าเดินทางสองใบ มันก็เกิดเป็นปัญหา
    เลยเข้าไปเช็ค Left Luggage ที่สถานีรถไฟแล้วมันแพงมาก
    เลยจำใจต้องลากกระเป๋าไป British Museum ด้วย

    เราเอ้อระเหยกันจนถึงเวลา Off peak (จากหกโมงกว่า ถึงเก้าโมงครึ่ง ก็นานอยู่นะ)
    และซื้อ Day Travel Card เพราะว่าเรามีเวลาทั้งวัน ก่อนขึ้นรถเดินทางต่อ

    พอขึ้นจาก Tube มาก็จะเจอกับที่นี่ค่ะ
    Dominion Theater

    Europe1298-edit 

    ก็เดินตรงต่อไปเรื่อย ๆ กว่าจะเจอ British Muesm ก็ไม่ใกล้เท่าไหร่
    อยู่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดินพอสมควรเลย ลากกระเป๋าไปด้วย เลยเดินได้ไม่เร็วนัก
    แถมไปถึงด้านหน้า ยังโดนไล่ให้เข้าประตูด้านหลัง
    โอ้วจ้อดดดดดด มันไกลมากเลยค่ะ
    ก็ British Museum มันไม่ใช่เล็ก ๆ เลยนะนั่น

    Europe1301-edit

    ที่ประตูด้านหลัง จะมีที่ฝากกระเป๋า ราคา 1 GBP
    โห รีบฝากแทบไม่ทัน ถูกมากค่ะ (แต่แอบเหนื่อย เฮือก)
    และที่ British Museum นี่ ไม่เสียค่าเข้านะคะ

    Europe1309

    Europe1314

    Europe1327

    Europe1333

    Europe1325

    Europe1328

    Europe1336

    Europe1337

    เราเดินใน British Museum กันได้ไม่นานมาก
    จะเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะเพลียจากการเดินทาง และเพราะว่านอนไม่พอ
    เลยออกมา ไปหาอย่างอื่นน่าตื่นเต้นกว่า Museum ดีกว่า
    เรานั่ง Bus ไปแถวถนน Oxford  ถนนสายช๊อปปิ้งกัน
    หวังอยากจะเข้า Selfridge ช๊อปปิ้งส่งท้าย
    แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะว่ามันปิดค่ะ เข้าใจว่ามันเป็นอีสเตอร์
    ร้านค้าอื่น ๆ ส่วนมากก็จะปิดกัน
    เฮ้อ เศร้าค่ะ
    เลยได้แต่ถ่ายรุปหน้าป้ายกลับมาเท่านั้น

    Europe1355   Europe1357

    เมื่อเข้าห้างไม่ได้ เลยเดินไป Piccadilly กันค่ะ อยู่ไม่ไกล

     Europe1362-edit    Europe1366-edit

    แบบว่าเอ้อระเหยกันสุด ๆ เพราะไม่มีโปรแกรมไปไหนแล้ว
    แล้วก็มาแอบเสียดายเอาทีหลังค่ะ ว่าไม่ได้ไปช๊อปปิ้ง Outlet
    ใครจะไปก็อย่าเสียดายเลยนะคะ ไหน ๆ ก็ไปถึงที่นั่นได้แล้ว
    หากยังจะมีเสียดายอะไรจุก ๆ จิก ๆ กลับมาแล้วก็จะเศร้าแบบนี้ได้ค่ะ
    ก็ไหนว่าตั้งใจมาช๊อปปิ้งกันนี่เนอะ กลับมาเสียดายค่าตั๋วไปซะงั้น เฮ้ออีกที

    พอใกล้เวลา เราก็กลับไปเอากระเป๋าที่ British Museum กัน
    เหนื่อยเพราะกระเป๋าเดินทางด้วยแหละค่ะ ต้องเทียวไปเที่ยวมา
    ก็การลากกระเป๋าเนี่ย มันใช้พลังงานเยอะเหมือนกันนะเนี่ย
    แล้วก็กลับไปเช็คอิน ขึ้นรถที่ Victoria Coach Station ในเวลา 18.00 น.
    เพื่อเดินทางต่อไปยัง Amsterdam, Netherland ค่ะ

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : Liverpool

    และแล้วเราก็มาถึง Liverpool ค่ะ
    วัตถุประสงค์หลักของการมาเมืองนี้ ก็คือการมาดูฟุตบอลที่สนาม Anfield ระหว่าง Liverpool vs Blackburn
    งานนี้ต้องขอบคุณพี่ศักดิ์ ที่ยกโควต้าตั๋วบอลให้นะคะ
    ไม่อย่างนั้น ความฝันของพี่โป้งคงจะไม่เป็นจริง

    เมื่อมาถึง Coach Station ของ Liverpool
    มองซ้ายมองขวาแป๊ปเดียว… โอ๊ตก็มาถึง

    โอ๊ตใจดีมาก ๆ นอกจากเดินตระเวณหาโรงแรมให้แล้ว
    จองห้องพักโดยจ่ายเงินล่วงหน้าให้แล้ว
    ยังอาสามารับที่สถานีรถโค้ช
    และพาเดินไปยังโรงแรมอีก
    เท่านั้นไม่พอ
    พอเช็คอินเสร็จ เก็บของเข้าห้องเรียบร้อย
    โอ๊ตยังพาไปทานอาหารจีนในย่านไชน่าทาวน์อีก
    อาหารมื้อนั้น อร่อยมากกกกกกกกกกก
    เสร็จจากมื้อเย็น (ดึก) โอ๊ตยังพาชมเมืองในย่านที่คนลิเวอร์พูลเค้าท่องราตรีกัน

    ต้องขอบคุณโอ๊ตมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะจ้ะ

    :::::::::::::::::::::::::::::::::::

    เช้าของวันที่ 11 เมษา
    เราตื่นกันไม่ได้เช้ามาก เพราะว่าบอลเริ่มตอน 12.45
    แต่ก็ไม่ได้สาย เพราะ(คิดว่า)พี่โป้งตื่นเต้นพอสมควร
    พอลงมาทานอาหารเช้า ก็เริ่มได้กลิ่นอาย และบรรยากาศของการแข่งฟุตบอลในวันนั้น
    แขกที่มาพัก ล้วนใส่เสื้อลิเวอร์พูล หรือไม่อย่างน้อยก็ต้องมีผ้าพันคอลิเวอร์พูล
    เราเช็คเอ้าท์ และฝากของ ก่อนออกจากโรงแรมในเวลาประมาณเก้าโมงกว่า ๆ
    ผู้คนมากมาย ใส่เสื้อลิเวอร์พูลสีแดง

    โชคดีนิดนึง ตอนออกจากโรงแรม เจอสาวมาเลย์ แฟนลิเวอร์พูล
    เดินทางมาดูแมทช์คนเดียว.. หลายครั้งแล้วอีกตะหาก
    พี่โป้งก็เลยได้เพื่อนร่วมทาง ซึ่งจะพาพี่โป้งขึ้นรถเมลล์ไปยังสนาม… สบายเลย ไม่ต้องงม ฮ่าๆๆ
    สาวคนนั้นพาเราสองคนเดินไปแถว Liverpool One
    สองคนแยกไปขึ้นรถเมลล์
    ส่วนเราก็แยกไปเดินเล่น ช๊อปปิ้ง รอเวลา
    ณ ตอนนั้นก็ประมาณสิบโมงกว่า ๆ ร้านค้าก็เริ่มเปิดกันแล้ว
    แต่เราต้องเดินจนถึงประมาณ 4-5 โมงเย็นเนี่ยสิที่หนักใจ เหอๆๆ

    เล่ามาถึงตรงนี้ แอบเสียดาย ที่วันนั้นไม่ไปเดินเล่นเก็บบรรยากาศที่สนามก่อน
    มานึกได้ตอนจะออกจากลิเวอร์พูลแล้ว
    คิดช้าเนอะ อิอิ

    ห้างหลักที่เข้าไปช๊อปก็คือ Primark ค่ะ
    เป็นห้างที่ใครเข้าก็ต้องได้ถุงติดมือมาแน่ๆ เพราะว่าของราคาไม่แพงเลย
    1-4 GBP สำหรับเสื้อยืดทั้งของผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก
    นอกจากนี้ก็มี accessory เช่น หมวก กระเป๋า ราคา 2-6 GBP
    นอกนั้นก็เป็นการเดินสำรวจบริเวณ Liverpool One และเลยไป Albert Dock
    วันนี้รูปน้อยค่ะ เพราะว่ามือไม่ว่าง ฮี่ๆๆ จะถ่ายทีก็ลำบากเกิ๊นนน

    ภาพนี้บริเวณ Albert Dock

    Europe1197-edit   Europe1241-edit

    อาคารรอบ ๆ ก็เป็นร้านค้าค่ะ ขายอาหารบ้าง ขายของที่ระลึกบ้าง

    Europe1199-edit   Europe1201-edit

    Beattle Story ก็อยู่ในบริเวณเดียวกัน

    Europe1203

    จากด้านหน้า มองไปเห็นตึกที่เหมือนกันสองตึก
    ด้านบนตึกมีหงส์ สัญญลักษณืของลิเวอร์พูล หันหน้าออกคนละข้าง
    ตัวนึงหันออกทะเล อีกตัวหันเข้าเมือง

    Europe1210

    เข้ามาบริเวณย่านช๊อปปิ้งแล้วค่ะ ด้านบนเป็นสถานีวิทยุ

    Europe1213-edit

    เดี๋ยวพอบอลเลิก ก็ต้องพาพี่โป้งมาอีก
    เมื่อยนะเนี่ย –_-“

     

    :::::::::::::::::::::::::::::::::::

     

    ระหว่างนี้พี่โป้งก็เอากล้องเล็ก เก็บภาพที่สนามมาค่ะ

    Europe04376   Europe04377

    Europe04424

    บอลใกล้จะเริ่มแล้วค่ะ

    Europe04450

    Europe04456

     

    :::::::::::::::::::::::::::::::::::

     

    พอเจอกันบ่นหิวเลยค่ะ
    ก็เลยพาไปทานฮอทดอกเจ้านี้ มาออกร้านอยู่แถว Liverpool One
    เห็นแล้วอดใจไม่ได้ค่ะ หน้าตาดี และกลิ่นหอมมากมาย
    ฮอทดอกปิ้งเตาถ่าน หาที่ไหนได้เนี่ย ทั้งทริปเจอแค่ที่นี่แหละ
    ถ้าใครเจอ ขอให้ลองนะคะ ถึงจะแค่ฮอทดอก แต่อร่อยมาก ๆ ค่ะ

    Europe04487

    พาเดินย่านช๊อปปิ้งเสร็จ
    ก็พาไป Albert Dock ค่ะ
    เห็นหงส์กันมั้ยคะ
    เอ่อ แบบว่ากล้องมันประสิทธิภาพซูมได้เท่านี้แหละค่ะ แหะๆ

    Europe1216

    Europe1247

    Europe1218-edit

    Merceyside Maritime Museum

    Europe1235

    Europe1244-edit

    หลังจากเดินบริเวณนี้เสร็จ ยังเมื่อยไม่พอค่ะ
    เราเดินไป China Town

    Europe1253

    Liverpool Cethedral
    ด้านหน้า
    ด้านข้าง
    และข้ามถนนไปถ่าย

    Europe1258-edit

    Europe1265-edit

    Europe1272-edit

    ต่อกันด้วยโบสถ์ใหม่
    Metropolitan Cethedral of Christ the King
    ตอนไปถึงโบสถ์ปิดแล้วค่ะ เลยไม่ได้เข้าไปสำรวจ

    Europe1279

    Europe1290-edit

    จากโบสถ์ใหม่มองตรงไปก็จะเห็นโบสถ์เก่าที่ไปมาเมื่อกี้ด้วยค่ะ

    Europe1286-edit

    อันนี้ก็โบสถ์เก่า โอ๊ตบอกว่ามันเป็นซากโบสถ์

    Europe1296

    เริ่มค่ำแล้วค่ะ เห็นสว่าง ๆ แบบนี้ น่าจะซักทุ่ม-สองทุ่มแล้วนะ ถ้าจำไม่ผิด
    มื้อเย็นวันนี้ เรากลับไปกินอาหารจีนที่ร้านเดิมที่โอ๊ตพาไปกินค่ะ แบบว่าติดใจ
    กะว่าจะสั่งอาหารแบบเดิม แต่สั่งไม่เป็น เอิ๊กๆๆๆ
    ก็เลยได้อย่างอื่นคล้าย ๆ กันมาแทน

    Europe04500   Europe04501

    Europe04502   Europe04503

    แล้วก็ได้เวลากลับไปเอาของที่โรงแรม
    และบ๊ายบายลิเวอร์พูลกันแล้วค่ะ
    ไม่ค่อยได้เที่ย่วอะไรเลยเนอะ
    ก็แหม บอกแล้วโปรแกรมหลักเนี่ย มาดูบอล
    ไปค่ะ เราจะไปขึ้นรถโค้ชกลับไปลอนดอนกันค่ะ
    วันนี้ไม่รีบมากค่ะ รถจะออกเวลา 23.40 น.

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : Edinburgh #2

    เนื่องจากที่โรงแรมไม่มีอาหารเช้า
    เลยต้องออกไปหาทานกันเอง
    เช้านี้ เลยฝากท้องกันที่ Starbuck ค่ะ
    เพราะว่าแทบจะเป็นร้านเดียวที่เปิด ณ เวลานั้น
    เช้า ๆ ของที่นี่ ก็บ่าย ๆ เมืองไทย… พี่โป้งงานเข้าค่ะ คุยโทรศัพท์นานเชียว
    เลยกินไปถ่ายรุปเล่นไป รอคุณชายคุยเสร็จ

    Europe04128 

    นี่ทางลงไปยังห้องพักค่ะ ลงไปนิดนึง อยู่ตรงซอกเล็ก ๆ
    แต่ว่าห้องข้างในก็ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว

    Europe04138

    ส่วนนี่ทางเข้าโรงแรมจริง ๆ reception จะอยู่ตรงนี้ค่ะ
    ตึกนี้คงเต็ม เราเลยต้องระเห็ดไปอยู่ข้างล่าง
    แต่ก็ดีกว่านะคะ ไม่ต้องแบกกระเป๋าขึ้นบันไดสูง ๆ บนอาคารหลัก

    Europe04139 

    เดินขึ้นเนินนี้ก็ถึง Royal Mile แล้วค่ะ ใกล้มากๆ

    Europe04141

    ที่แค่นี้เค้าก็จอดจักรยานได้นะ

    Europe04144

     

    เอาล่ะ พอคุณชายคุยธุระเสร็จ
    เราก็เข้าไปเก็บของ แล้วก็เช็คเอ้าท์ ฝากกระเป๋า
    เพราะตอนบ่าย เราจะอำลา Edinburgh แล้วไปลิเวอร์พูลกัน
    ฝากกระเป๋าเสร็จ ก็แค่แปดโมงกว่า ๆ
    เรามุ่งหน้าไปปักหลักรอที่หน้า Edinburgh Castle กันเลย
    เพื่อไปเป็นคนแรก ๆ ก่อน Castle เปิดให้เข้า (คนแรกจริง ๆ)

    ระหว่างทางก็ชื่นชมร้านรวงตอนปลอดคนกันไปค่ะ
    มีตรอกเล็กตรอกน้อยมากมาย
    ด้านในตรอกเหล่านั้นก็เป็นบ้านช่องสไตล์โบราณ สวยงามเชียวค่ะ

    Europe04150

    Europe04153   Europe04154

    เอาล่ะ ถึง Castle กันแล้ว

    Europe04157   Europe04163

    Europe04175

    Europe0960-edit

    ถึงแม้เราจะมารอเป็นคนแรก แต่ก็ยังมีคนที่พยายามเข้าไปแซงคิวอีกนะคะ เชื่อเค้าเลย
    ตอนนั้นก็เลยต้องไปเกาะประตูไว้เลยค่ะ พร้อมกับอีกคู่ที่มาไล่ ๆ กันกะเรา
    เมื่อเปิดขายบัตร เราก็รีบเข้าไปค่ะ
    แต่ก็มีกลุ่มวัยรุ่น น่าจะเป็นญี่ปุ่น วิ่งแซงหน้าไปค่ะ
    พอได้บัตรเข้าแล้ว ก็รีบเข้าไปด้านในก่อนเลย เพราะว่าจะได้ถ่ายรูปแบบปลอดคน
    (คนอื่นเค้าแวะตามทางตั้งแต่ช่วงแรก ๆ)

    Europe0972-edit

    Europe0976

    Europe0985

    Europe04207

    Europe0989-edit

    Europe1007

    Europe1020-edit

    Europe1024

    Europe04276

    Europe1032

    Europe1053

    Europe1063-edit

    Europe04360

    Europe1064-edit

    Europe04180

    จาก Castle ก็มองเมืองได้ทั่วเหมือนกันค่ะ เห็นทะเลอยู่ลิบ ๆ ด้วย
    พอเดินครบ เวลาก็ล่วงเลยมาจนเกือบบ่ายแล้ว
    ใช้เวลานานเหมือนกันนะคะ
    เมื่อเห็นเวลาดังนั้น เลยรีบออกค่ะ เพราะจำเวลาขึ้นรถผิดเป็นบ่ายสอง
    แต่พอออกมาแล้ว เช็คเข้าจริง ๆ ก็ตั้งบ่ายสี่โน่นอ่ะค่ะ
    เลยมีเวลาเดินเล่นกันอีก

    ก็เลยเดินลงจากเขา ตรงใกล้ ๆ กับโบสถ์ประตูแดงเมือวาน และบังเอิญไปเจอกับ Grassmarket
    ระหว่างทาง เจอเจ้านี่ค่ะ

    Europe1083

    เค้าเรียกว่า Hog Roasts หน้าตาดีเชียวค่ะ
    แวะค่ะแวะ บ่ายกว่าแล้ว หิวแล้ว และอยากลอง
    หมูเยอะมาก ๆ รสชาดเหมือนขาหมูบ้านเรา
    อันนี้แบบไม่มีหนัง ถ้าเพิ่มหนัง (คาดว่าจะเหนียว) ก็จะแพงกว่าปกติค่ะ

    Europe1086-edit

    ขากลับเดินขึ้นเขามาเจอกับถนนด้านหลังของ Castle
    เจอ Castle Rock ที่พักยอดฮิตด้วยค่ะ อยู่หลังปราสาทนี่เอง

    Europe1099-edit

    และแวะเข้า St.Giles’ ที่ผ่านเมื่อวาน

    Europe1115

    Europe1128

    และเดินเล่นไปแถว South Bridge
    อันนี้ โรงเรียนค่ะ เอ๊ะ หรือมหาวิทยาลัยเนี่ยแหละ

    Europe1133

    เจอ Museum ร้านค้า ตกแต่งน่ารัก ๆ อาคารเก่า ๆ

    Europe1144

    ร้านนี้ไม่น่ารัก แต่น้ำอัดลมถูกค่ะ ถือโอกาสตุน (หนักง่ะ-_-“)

    Europe1152

    เมื่อใกล้เวลาก็ รับกระเป๋าที่โรงแรม และไปรอแถว ๆ สถานีรถไฟ Waverley กัน
    เติมพลังใสท้องด้วย Burger King เพราะคาดว่าแถว Liverpool ตอนสามทุ่ม คงไม่ค่อยมีอะไรทาน
    แล้วเราก็ขึ้นรถไฟรอบ 16.11 ไป Manchester เพื่อต่อรถ coach ของ National Express ไป Liverpool กัน
    ทั้งนี้ เราไม่จองตรง เพราะไม่มีด้วย แล้วการจองรถไฟต่อรถไฟจาก Edin ไป Liverpool ค่าตั๋วจะแพงมาก ๆ

    อ่ะ ถึง Manchester กันแล้วค่ะ ไม่มีเวลาแวะอะไรเลย
    เพราะมีเวลา 45 นาที ในการหาสถานีรถโค้ช
    แต่ก็ยังมีอารมณ์ถ่ายรูปนะคะ อิอิ

    Europe1180

    ป้ายชี้ไปทางนี้… แล้วอยู่ ๆ ป้ายก็หายไปค่ะ
    งมกันอีกแล้วค่ะ ได้แต่เดา ๆ เอา ลุ้นกันแทบแย่

    Europe1181

    ในที่สุด ก็หาจนเจอ ค่อยโล่งหน่อย

    Europe1187

    ฝั่งตรงข้าม ทำหุ่นลายเส้นปีนกำแพงอยู่ น่ารักดีค่ะ ไม่รู้มีความหมายอะไรหรือเปล่า

    Europe1186

    ถ่ายรูปเสร็จเข้าไปนั่งรอแป๊ปนึง ก็ได้เวลารถออกแล้ว
    ช่างกะเวลาได้พอดีจริงจริ๊งงงง ถ้าหาสถานีรถโค้ชไม่เจอ ต้องตกรถแน่ ๆ
    เฮ้อ มีลุ้นกันตลอดเวลา แต่ก็มันส์ดีค่ะ
    สบายไปจะไม่มีรสชาดเนอะ อิอิ

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : Edinbrugh#1

    ต่อจากเมื่อวาน ที่ขึ้นรถ coach กันตอน 23.15 โดยใช้บริการของ megabus
    เป็นการนั่งรถข้ามเมือง ข้ามคืน ไปถึงที่หมายตอนเช้าตรู่
    เพราะด้วยความงกทั้งเวลาเที่ยว และเงินค่าห้องพัก 1 คืน

    เมื่อเช็คอินขึ้นรถ ที่นั่งไม่ได้ฟิกซ์ตำแหน่ง
    ใครเข้าคิวก่อนก็ได้เลือกที่นั่งก่อน
    อันนี้ไม่ค่อยดีเลย น่าจะฟิกซ์ จะได้ไม่ต้องมีปัญหาตอนเลือกที่นั่ง ซึ่งจะมีแต่คนคอยแย่งกันเลือกก่อน
    ทำให้เราก็ต้องไปแย่งกันกับเค้าด้วย

    ที่นั่งของ megabus ค่อนข้างเล็ก แคบ และเบาะไม่นิ่มเอาเสียเลย
    ทำให้ตลอดคืน จะหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอด
    ตอนเช้ามาก็ไม่เฟรชเท่าที่ควร เพราะว่าง่วง ๆ งัวเงีย เมาขี้ตากันอยู่

    เมื่อไปถึงที่หมาย เมือง Edinburgh เมืองหลวงของประเทศสก๊อตแลนด์
    ก็รีบเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรม Edinburgh Backpacker ค่ะ
    ฝากของเสร็จก็รีบทำเวลา
    เดินสำรวจเมืองกันก่อนเลย
    ที่แรก Scott Monument

    Europe0828-edit

    มองไปอีกฝั่งจะเป็น National Museum

    Europe0831

    ต่อจากนั้น เราเดินไปขึ้น Calton Hill ซึ่งเป้นจุดชมวิวที่แจ่มเหมือนกันนะคะ เห็นเมือง Edinburgh ได้หมด
    เห็น Edinburgh Castle และ Scottish Monument
    และจะพบกับ National Monument และ Nelson’s Monument ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่

    Europe0832-edit

    Europe0833

    Europe0837-edit

    ข้างบนลมแรงมาก ๆ ประกอบกับฝนเริ่มลงเม็ด
    หนาวมากจ๊อดดดดดด หนาวจนต้องควักถุงมือมาสวมเลย

    Europe0845

    Europe0851 

    ด้วยความที่ฝนเริ่มลงเม็ดแล้ว ก็เลยกะว่าเข้าเมืองหาร้านหลบฝนกันก่อน
    เลยเดินย้อนเข้าตัวเมืองกัน แทนที่จะเดินต่อ ซึ่งสามารถเดินไปยัง Palace of Holyroodhouse ได้
    เดิน ๆ ย้อนมาทาง North bridge ต่อไปยัง South Bridge
    เลี้ยวตรงถนนไหนก็ไม่รู้ แต่เดินไปเรื่อย ๆ ก็ไปพบกับ Holyrood Park

    Europe0856

    อันนี้บ้านน่ารัก ๆ ริมทาง

    Europe0858-edit

    แต่ไม่ได้เดินขึ้นเขา เพราะว่าพอเห็นทางขึ้นก็ถอดใจแล้วค่ะ
    เดินต่อค่ะ จะเจอกับ Holyroodhouse, Queen Gallery และ Scottish Paliament อยู่ในบริเวณเดียวกัน

    Europe0860

    Europe0863-edit

    Europe0862

    จากนั้นก็เดินย้อนกลับเข้าเมืองอีกทีค่ะ
    ก็เจอ Meseum of Edinburgh โดยบังเอิญ

    Europe0870

    ระหว่างนี้ก็จะเจอร้านขายฟัดจ์อยู่หลายร้าน
    จัดหน้าร้านได้น่าเข้าไปมาก ๆ
    หน้าตาขนมก็ประมาณนี้นะคะ อร่อยดี แต่ก็หวานไปหน่อยสำหรับคนไม่ชอบหวานๆ

    Europe0872

    จนถึงตอนนี้ เราก็เดินวนกลับมาบริเวณโรงแรมที่พัก
    และก็ได้เวลาเช็คอินเข้าโรงแรมพอดี
    เลยแวะพัก อาบน้ำ แปรงฟัน ชาร์จแบตกล้องเล็กที่หมดไปตั้งแต่เช้า

    เสร็จธุระ ก็ออกตระเวณกันต่อค่ะ
    เดินออกมานิดเดียวก็จะเจอกับถนน High Street หรือ Royal Mile
    จะเจอกับร้านค้าของที่ระลึก อาหาร ตามรายทาง เยอะแยะไปหมด
    และจะเจอกับ St. Giles' Cathedral

    Europe0883-edit  Europe0887-edit

    และโบสถ์เก่า ที่ปัจจุบันทำเป็นร้านอาหาร

    Europe0893-edit

    บริเวณเดียวกันก็จะมีโบสถ์อีกค่ะ ประตูแดงแจ่มมาก ๆ แต่ไม่ทราบชื่อโบสถ์ แหะๆ

    Europe0897-edit

    จากตรงนี้จะเป็นแยกซ้ายขวา
    ขวาเดินไป Edinburgh Castle
    ซ้ายเดินลงเขาไปด้านหลัง Castle ค่ะ
    เราเดินขวาไป ก็จะพบกับ Scott Wisky Heritage Centre

    Europe0902

    ใกล้ ๆ กันก็มีโรงงาน (ร้านค้าที่จัดแสดงเหมือนโรงงานผลิตผ้าสก๊อต)
    และอีกที่ค่ะ

    Europe0915

    Europe0908

    และด้านหน้าในบริเวณนี้ ก็จะเป็น Edinburgh Castle แล้ว
    แต่เรายังไม่เข้าในวันนี้ เพราะว่าเริ่มจะเย็นแล้ว
    และกะจะให้เวลากับที่นี่เต็ม ๆ เลยตั้งใจจะเข้าพรุ่งนี้เช้าแทน

    Europe0925    Europe0934

    ก็เลยเก็บบรรยากาศไปเรื่อย ๆ ก่อน
    เดินเล่นชมเมืองกันไป

    Europe0944

    Europe0950

    ย้อนกลับมาเก็บ St.Giles’ Cathedral อีกมุมค่ะ

    Europe0954

    ถึงเวลา 5 โมงเย็นแล้วค่ะ
    ตอนนี้เริ่มเหนื่อย และเพลียกันมาก ๆ แล้ว สาเหตุเพราะนอนไม่พอกันค่ะ
    ก็เลยกลับไปพักผ่อน และหลับกันค่ะ
    ข้าวเย็นก็ไม่ได้กินกัน ห่วงนอน อิอิ
    กะว่าของีบซักแป๊ป เดี๋ยวจะออกไปเที่ยวต่อกัน
    ตื่นมาอีกที ห้าทุ่มแล้ว
    แต่ก็ยังมิวาย ออกไปเก็บบรรยากาศกลางคืนกันค่ะ โอวว ฟิตกันจิ๊งงง
    แต่ก็ไม่ได้เดินมากค่ะ ยังเมาขี้ตาอยู่นิดหน่อย แหะๆ
    เดินกันแค่ North Bridge แล้ววนไปทาง Waverley Bridge เอง

    Europe04118   Europe04120    Europe04124

    Europe04122   

    พอวนมาถึง Waverley Bridge ก็วนกลับโรงแรมแล้วค่ะ
    อากาศก็ชื้นและหนาว บวกกับกลางคืนย่านนี้เงียบมาก
    แอบน่ากลัวนิดหน่อย เลยกลับโรงแรมดีกว่านะคะ
    พักผ่อนเต็มที่จะได้ไปตะลุย Edinburgh Castle เต็มที่ในวันพรุ่งนี้ค่ะ

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : Bath Spa

    เช้าวันที่ 4 ของการเดินทาง
    เรามีโปรแกรมไปเมือง Bath กันค่ะ
    เมืองนี้อยู่ทางทิศตะวันตกของ London ใช้เวลาเดินทาง (โดยรถไฟ) ประมาณ 1 ชม.ครึ่งค่ะ
    ช่วงเช้าก็ชิล ๆ ค่ะ ไม่รีบไม่เร่งนัก เพราะว่าจองรถไฟไว้ 10.30 น.
    แต่ต้อง Check Out ออกจากโรงแรม และฝากกระเป๋าไว้เลย

    วิธีเดินทาง ต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานี Paddington
    ตั่วรถไฟจองออนไลน์ไว้เรียบร้อยแล้ว ก็แค่ไปรับที่ ticket machine

    ระหว่างทางก็จะผ่านทุ่งหญ้าเขียว ๆ ตลอดทาง ตัดกับท้องฟ้าสวย ๆ
    ดูแล้วสดชื่นมาก ๆ

    ถึง Bath ตอนเกือบ ๆ เที่ยง ตามกำหนดการ
    เช็คโปรแกรมไป Stonehenge กับ Tourism Information ซึ่งตั้งอยู่ที่ชานชาลาเลย
    ปรากฎว่า โปรแกรมวันนั้นเต็มแล้ว เลยเดินเที่ยวในตัวเมือง Bath กัน
    (ตอนแรกจะจอง Madmax แต่ต้องบอกเบอร์บัตรกับ code ทางโทรศัพท์ พี่โป้งกลัวไม่ปลอดภัย เลยมาเสี่ยงดวงเอา)

    ออกจากสถานีรถไฟ Bath เดินมุ่งหน้าเข้าเมือง
    เจอโบสถ์อยู่ทางด้านขวามือด้วย (ชื่ออะไรไม่รู้ แหะๆ)

    Europe0677-edit

    เดินไปตามถนน ก็จะเริ่มเจอบ้านเมืองน่ารัก ๆ แล้วค่ะ
    รวมถึงร้านรวงต่าง ๆ ตามตรอกซอกซอย ก็ตกแต่งไว้น่าเข้าเชียว

    Europe0683

    เดินมาเรื่อย ๆ จะเจอกับ Bath Abbey

    Europe0686-edit

    อันนี้ด้านหน้าค่ะ

    Europe0691-edit

    แล้วก็ Roman Bath อยู่ใกล้ ๆ  กัน

    Europe0799

    เดินตรงไปอีกหน่อยก็จะเริ่มเจอกับแหล่งขายของค่ะ
    เจอ Kios ของ Hot dog ร้านนี้เข้า ก็ลองค่ะ
    ขอบอกว่าอร่อยมากกกกกก ไส้กรอกอร่อยสุด ๆ จนต้องไล่พี่โป้งไปซื้ออีกอันนึง อย่ามาแย่งเชียว หวง อิอิ

    Europe0692

    เดินไล่ถนนช๊อปปิ้งไปเรื่อย ๆ ไปทางเหนือ
    ก็จะเจอกับ Royal Crescent Bath ทาวน์เฮ้าส์ที่สร้างเป็นวงโค้ง สวยดีค่ะ

    Europe0734

    จากตรงนี้ก็เดินเข้าตรอกซอกซอย ชมบ้านเมืองไปเรื่อย ๆ ค่ะ
    ขึ้นเขาบ้าง ลงเข้าบ้าง

    Europe0719   Europe0722   Europe0745

    จนมาถึงริมแม่น้ำ

    Europe0749-edit

    Europe0750-edit

    อีกฝั่งของสะพานค่ะ

    Europe0708-edit

    Europe0705-edit

    Europe0710

    ที่เห็นนั่นคือ Pulteney Bridge มีตึกอยู่บนสะพาน ก็เป็นร้านค้าค่ะ

    Europe03925

    ขอแวะซื้อบราวนี่ที่นี่ด้วย หน้าตาเย้ายวนใจ
    แถมรสชาดก็อร่อยด้วยค่ะ
    เดินไปทานไป เดินลงไปด้านล่างตรงหัวสะพาน
    ก็จะเจอกับร้านกาแฟ บรรยากาศดีมากๆ อยู่ริมแม่น้ำ

    Europe0759

    Europe0758 

    ทานกาแฟกันคนละแก้วแล้ว ก็เดินเลียบแม่น้ำไป
    ดื่มด่ำบรรยากาศกันไป
    ธรรมชาติมาก ๆ อาาศก็ดี ท้องฟ้าแจ่มใส

    Europe0762

    Europe0761

    Europe0773-edit

    Europe0778-edit

    Europe0781

    วนขึ้นสะพานมาก็จะมาเจอกับซอยที่เข้าโบสถ์แรกที่เจอได้ค่ะ

    Europe0782-edit

    สวนสาธารณะ ใหญ่เหมือนกันนะ มีผู้คนมาพักผ่อนกันเยอะ อาจจะเพราะอากาศดี ไม่มีฝน

    Europe0783

    เดินวนรอบเมืองแล้ว ก็ได้เวลาประมาณ 5 โมงเย็น…  เวลายังเหลือค่ะ
    ก็เลยกลับไปถ่ายรูปหน้า Bath Abbey กับ Roman Bath แบบไม่มีคน อิอิ

    Europe0798-edit

    Europe04032

    คนขาย Hot dog กลับบ้านไปซะแล้ว

    Europe04045

     

    เมือเหลือเวลา เลยฝากท้องมื้อเย็นที่ร้านนี้ Sally Lunns
    ด้านบนของร้านเป็นพิพิธภัณฑ์ด้วย Kitchen Museum แต่ไม่ได้เข้าไปดูนะคะ ทานอย่างเดียว อิอิ
    นอกจากนี้ ร้านนี้ยังเป็นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดใน Bath อีกด้วย
    (มา Bath ไม่ได้เข้าอะไรเลยซักอย่าง เดินชมเมืองล้วน ๆ)

    Europe04057

    บรรยากาศภายในร้าน

    Europe04077

    Europe04080

    Europe04084

    Europe04089

    อาหารค่ะ
    พี่โป้งสั่งเป็นเซต มีซุป Lamp แลัวก็สลัด
    ส่วนเราสั่ง Breast Chicken with Lemon Sause
    แล้วก็เสริฟพร้อมกับผักอีก 1 ชาม
    รสชาดสไตล์อังกฤษ อร่อยดีเหมือนกัน

    Europe04093   Europe04094

    Europe04095   Europe04096

    Europe04097

    เช็คบิลปุ๊ป ก็รีบทำเวลาไปขึ้นรถไฟค่ะ
    จองไว้รอบ 19.43 ไปถึงแบบเฉียดฉิวเลย
    ก็ถึงเวลาต้องลา Bath กันแล้วค่ะ

    Europe0801

    สถานีรถไฟยังแต่งซะน่ารักเชียว
    เมืองนี้ถ้าใครจะไป แนะนำว่าน่าจะพักค้างคืน พักผ่อนชิล ๆ กินบรรกาศ
    เพราะว่าเมืองนี้น่ารักจริง ๆ ค่ะ

    เอาล่ะ แล้วก็กลับมาถึง London ค่ะ ตอนเวลา 21.15
    โปรแกรมต่อไปคือนั่งรถ coach ไป Edinburgh เวลา 23.15
    ดังนั้น มีเวลาเหลือ 2 ชม.
    ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่าเลยค่ะ
    นั่ง Tube ไป Westminster เพื่อเก็บภาพ Bigben, Paliament และ London Eye ตอนกลางคืน

    Europe0806-edit

    Europe0815-edit

    Europe0817-edit

    เมื่อบรรลุเป้าหมาย ก็นั่ง Tube กลับไปที่ Victoria เพื่อไปเอาของที่โรงแรม และตามหาสถานีรถโค้ชต่อ
    มันส์ และ เหนื่อย จนวินาทีสุดท้ายเลยค่ะ
    แฮ่กๆๆๆๆ

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : London #3

    เช้าวันที่ 2 ในลอนดอน ตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม

    เติมพลังด้วยอาหารเช้าแบบเดิมเป๊ะ

    เช้าวันนี้เรามีโปแกรมลงเรือล่องแม่น้ำเทมส์กันค่ะ

    แต่ว่าเปลี่ยนแผนกันเล็กน้อย เนื่องจากว่า เมื่อวานผ่านท่าน้ำ Westminster แล้วเห็นคนเยอะแยกมากมาย

    เราไม่อยากเสียเวลารอคิวกัน

    โปรแกรมเลยเปลี่ยนเป็นว่า เราจะนั่ง Tube ไป Canary Wharf แล้วจะข้ามแม่น้ำไปยัง Greenwich ค่ะ

    ที่ไม่นั่ง Tube ไปลง Greenwich เลย ก็เพราะว่ามันเกินโซนแล้วค่ะ เรามีตั๋วแค่โซน 1-2 เท่านั้น

    เช่นเดิม เราไปงมกันค่ะ นึกว่า Canary Wharf อยู่ใกล้แม่น้ำ เดินลอดอุโมงค์ได้ แต่เปล่าเลย ไกลม๊ากกกก

    เลยต้องนั่ง DLR ข้ามไปค่ะ หลายสถานีเลย ดีนะไม่เดิน ไม่งั้นหมดวัน และหมดแรงแน่ ๆ

    ตั๋ว Travel card นี้ใช้ได้ทั้ง DLR และ Bus เลยนะคะ สะดวกมาก

    ขึ้นที่สถานี Heron Quays เดินจาก Canary Wharf ไม่ไกลค่ะ และไปลงที่สถานี Cutty Sark

    เดินเล่นไปเรื่อย ๆ จนถึง National Maritime Museum จากตรงนี้เดินผ่านเข้าไปใน Greenwich Park ก็จะเจอกับเส้นแบ่งเวลาที่ Royal Observatory Greenwich

    ขากลับ เราลงมาอีกทางนึงค่ะ เดินไม่ไกลก็เจอถนน แต่ก็งมขึ้นรถบัสเข้ามาในเมืองจนได้

    ถึงตอนนี้ก็ผ่านไปครึ่งวันแล้วค่ะ แวะทานไก่ทอด ปลาทอด เฟรนซ์ฟราย ข้างทาง อร่อยดีเหมือนกัน ราคาไม่แพงเหมือนในใจกลาง London

    แล้วค่อยไปลงเรือที่ท่า Cutty Sark ไปขึ้นบกที่ Tower Millenium Pier 

    เรือ City Cruise นี้ไม่เสียเงินนะคะ เพราะว่ารวมอยู่ใน London Pass แล้ว

    จะขึ้นกี่เที่ยวก็ได้ค่ะ เพราะเป็น day pass  แต่ดูเวลาแล้วก็คงได้แค่เที่ยวเดียวนี่แหละ เพราะมีต้องไปอีกหลายแห่งเลย

    ระหว่างทางก็จะผ่านสถานที่สำคัญหลายที่ (จำไม่ได้ซักที่ แหะๆ) ลอดใต้ Tower Bridge และขึ้นบกที่ข้างหน้า Tower of London พอดิบพอดี

    ตอนเข้า Tower of London ก็ไม่เสียเงินอีก เพราะว่าเรามีบัตรเบ่งแล้ว แถมยังไม่ต้องไปต่อคิวอันยาวเหยียดซื้อตั๋ว

    แต่พอเข้าไปข้างในก็คนเยอะมาก ๆ อีก เดินรอบ ๆ ก็พอไหว แต่ต้องต่อคิวเข้าจุดสำคัญเนี่ย นานเหมือนกัน 

    ได้เข้าแค่จุดเดียวเท่านั้น เวลาก็ล่วงเลยมาจนเย็นแล้ว

    พอเสร็จก็ออกมาเก็บรูป Tower Bridge กันอีกรอบ ก่อนเดินทางต่อไป St.Paul Cathedral

    ตรงนี้เราเดินทางด้วยย Bus กันค่ะ หลังจากคิดว่าจะเดิน เห็นเวลาจวนเจียน ขอประหยัดเวลาหน่อยละกัน

    ไปถึงก็เกือบไม่ให้เข้าแล้ว เพราะว่าอีกครึ่งชม.โบสถ์จะปิด แต่ยังไงก็ต้องเข้าค่ะ

    เพราะว่า London Pass เราซื้อไว้แค่วันเดียว

    โบสถ์เค้าสวยมาก ๆ ขนาดรีบ ๆ เดิน ไม่ได้เพ่งพินิจพิจารณาเท่าไหร่

    ได้เดินขึ้นไปด้านบนด้วย แต่ขึ้นไปแค่ชั้นเดียว ก็หมดแรงแล้ว ส่งพี่โป้งขึ้นต่อไปอีกชั้น อยู่จนเค้าไล่นั่นแหละ ถึงได้ลงมาเจอกันข้างล่าง

    ออกยาก St.Paul ก็เดินเล่นมาจนถึงริมแม่น้ำ ถ่ายรูป Millenium Bridge

    และเป้าหมายต่อไปก็ Covent Garden ค่ะ เป็นย่านช๊อปปิ้งอีกที่นึง ร้านค้ากับผู้คนก็เยอะแยกมากมายเหมือนเดิม

    แวะห้าง Mark&Spensor ได้สตอเบอรี่ลูกโต และขนมติดไม้ติดมือติดกระเป๋าไว้รองท้องเวลาหิว

    เดินเล่นซักพักได้เวลาไปต่อ จิง ๆ หมดโปรแกรมแล้ว แต่เห็นว่ายังไม่มืดเท่าไหร่

    ไปต่อกันที่ Harrods กันเลยค่ะ ได้ของมานิดหน่อย

    และปิดท้ายวันที่ Piccadilly วันนี้หา China Town เจอแล้วค่ะ

    เดินสำรวจกันจนสุด China Town เลย เราเลือกกินอาหารญี่ปุ่นกันค่ะ ร้านเล็ก ๆ รสชาดก็พอใช้ค่ะ

    และก็เหมือนเดิม ทานไม่หมดเพราะจานใหญ่เกินอีกแล้ว

    เฮ้อ เหนื่อยกันหรือยังคะ กลับที่พัก เก็บแรงไว้ต่อวันรุ่งขึ้นดีกว่าเนอะ

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : London #2

    เช้าแรกในลอนดอน ตื่นแต่เช้าตรู่ เพราะไม่อยากเสียเวลาอยู่ในห้องพัก

    ต้องออกไปตระเวณเที่ยวตามโปรแกรมที่วางไว้มากมาย

    รีบลงไปทานอาหารเช้าที่ทางโรงแรมจัดไว้ที่ชั้นใต้ดิน

    อาหารเช้าที่นี่ มีคอนเฟล็ก กับขนมปังปิ้ง ชา/กาแฟ น้ำส้ม

    เริ่มเดินตามแผนที่ที่เตรียมมา (ปริ้นท์มา มันไม่มีถนนย่อยอ่า)

    เดินผิด ๆ ถูก ๆ แล้วก็ไปโผล่ด้านหลังของ Westminster Cathedral จนได้

    เข้าไปชมโบสถ์กันแป๊ปนึง ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน แล้วก็เดินต่อกันค่ะ

    ออกจากโบสถ์ เดินไปทางซ้าย จะเจอกับ Little Ben

    แล้วก็เดินข้ามถนนย้อนมาด้านขวา (ตรงข้ามกับ Westminster Cathedral) ก็เป็น Cardinal Place เป็นแหล่งช๊อปปิ้งเหมือนกัน อันนี้แค่เดินผ่าน ๆ

    อ้อมไปทางด้านหลังเพื่อไปยัง Buckingham Palace เตรียมตัวดูทหารเปลี่ยนเวรยาม

    แต่ดูเวลาแล้วเหลือค่อนข้างมาก ตอนนั้นพึ่งจะเก้าโมงนิด ๆ เท่านั้น มีคนมารอบ้าง แต่ไม่มากนัก

    เลยถ่ายรูปเล่น และไปเดินเล่นในสวน St.James Park ไปจนถึง Wellington Arch

    พอกลับมาที่หน้า Buckingham ก็ประมาณสิบโมงนิด ๆ ได้

    ตอนนี้คนเต็มไปหมดแล้ว ต้องไปหาที่แทรกตัว หาทำเลเหมาะ ๆ (หายากจัง จะอยู่ตรงไหนถึงวิวดีก็มะรู้)

    พอเบียด ๆ เสียด ๆ คนได้แล้ว ก็พอถ่ายรูปมาได้แบบมั่ว ๆ หน่อย เพราะไม่ได้เล็ง ได้แต่ชูกล้อง และกด เหอๆๆ

    ออกจาก Buckingham ตอนประมาณเที่ยงครึ่ง ก็เดินต่อไปที่ Westminster Abbey

    แวะทานแซนวิชที่สวนใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟใต้ดิน St. James ที่เค้าว่าเป็นสถานีเก่าแก่

    ไปถึง Abbey คนเยอะแยะมากมายรอเข้าโบสถ์ อันนี้ขอผ่านค่ะ คิวยาวมาก

    เดินไปถ่ายรุปที่หน้า Big Ben และ Paliament เลยดีกว่า ถ่ายรูปมาก็ติดแต่คนเต็มไปหมด นักท่องเที่ยวเยอะแยะมากมายจริง ๆ

    จากนั้น เดินข้าม Westminster Bridge ถ่ายรูปกับ London Eye และย้อนกลับมาถ่าย Big Ben+Paliament กันอีกซักทีนะคะ

    พอข้ามไป เลี้ยวซ้าย ก็ถึง London Eye แล้วค่ะ ถึงตอนนี้ก็บ่ายสองกว่า ๆ พอดีกับเวลาขึ้น London Eye ที่จองไว้รอบบ่ายสาม

    วิธีการเอาตั๋วก็ง่ายมาก เนื่องจากซื้อตั๋วออนไลน์ไว้แล้ว แค่เอาบัตรเครดิตที่ใช้ซื้อ เสียบเข้ากับเครื่องอัตโนมัติ ticket ก็ไหลปรู้ดออกมาเลย

    เดินไปเข้าคิวขึ้นได้ทันที คนเยอะมากมายเช่นกัน ตั๋วก็แพง คนก็ยังเยอะ อย่างว่าอ่ะเนอะ มันเป็นสัญลักษณ์ของลอนดอน ใครก็อยากขึ้นทั้งนั้น

    ถ่ายรูปจากมุมสูงไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เพราะว่าอากาศไม่ค่อยเป็นใจ หมอกเยอะมาก ๆ กระจกที่แคปซูลก็ไม่ค่อยใสอีกตะหาก

    เสร็จแล้วก็เดินผ่าน Jubilee Garden ต่อไปที่สะพาน Hungerford Bridge

    ระหว่างทางจะมีคนแต่งตัวเป็นหุ่น เป็นรูปปั้น หลายหลายสไตล์ มีการแสดง บ้างก็เล่นดนตรี ให้ได้แวะถ่ายรูปเล่นกัน

    ข้ามสะพานแล้ว เดินตรงไปเรื่อย ๆ ด้านซ้าย จะเป็น House Guard Parade อันนี้ไม่ได้เข้าไปดู

    ด้านขวาจะเป็น Trafalgra Square ที่เค้าว่าเป็นกิโลเมตรที่ศูนย์ของลอนดอน

    มีผู้คนมามายมานั่งเล่น ส่วนใหญ่ก็เป็นวัยรุ่น

    ถัดมาก็เป็น National Gallery

    จริง ๆ แล้วโปรแกรมยังไม่หมด กะว่าจะไป Piccadilly และ China Town ต่อ

    แต่เห็นว่าไปมาในวันแรกแล้ว เลยข้ามไปก่อน เพราะมีโปรแกรมอื่นเข้ามาแทรก

    คือต้องไปเอาตั๋วบอลที่ซื้อไว้ เค้านัดให้ไปรับแถว ๆ Notting Hill

    เลยได้โอกาสแวะไปเดินเล่นนอกโปรแกรมแถวนั้นด้วย เสียดายที่ Portobello Market ไม่เปิดในวันจันทร์

    เสร็จธุระ ก็นั่ง Tube ไปที่ Bayswater เพื่อลิ้มลองเป็ด Four Season

    รสชาดไม่ได้เลิศเลอแบบว่าอร่อยม๊ากกกกก ติดเค็มไปนิด แต่ก็นับว่าอร่อยนะ

    ที่สำคัญจานโตม๊ากกกก คนไม่เคยไปเมืองนอกเมืองนา ก็ตกใจ ไม่รู้ว่าเค้ากินกันเยอะขนาดนั้น

    ไปกันสองคน กินเหลือกันทั้งคู่ จนเค้าต้องถามว่า มันไม่อร่อยเหรอ มันไม่โอเคเหรอ ถึงกินไม่หมด ต้องรีบบอกว่ามัน too much อ่ะ เหอๆ

    (อันที่จริงน่าจะลองบอกว่ามันไม่อร่อยเนอะ เผื่อเค้าจะให้กินฟรี กร้ากกกกกก

    ทริปอึด ยุโรป 17 วัน 5 ประเทศ : London #1

    ออกเดินทาง 5 เมษา เครื่องออก 8.35 

    ถึง London Heathrow ตอนหกโมงกว่า ๆ

    เข้าตัวเมืองลอนดอนด้วย Tube

    ตอนแรกตั้งใจจะซื้อ Oyster แต่ให้พี่โป้งไปซื้อ ดันได้ Travel card แบบเดินทางเข้าเมือง 1 ใบ

    และ Travel card 3 days ซึ่ง valid ตั้งแต่วันนี้

    (ทามมายพนักงานมันไม่ออกตั๋วให้ valid พรุ่งนี้ฟระ มาถึงค่ำขนาดนี้จะให้เดินทางไปไหนอี๊กกก)

    เราพักกันที่ Belgrave House Hotel ตามหนังสือเที่ยวไม่ง้อทัวร์แนะนำ

    ตอนแรกจองไว้อีกที่ แต่ว่ามีการเลื่อนวันเดินทางไป ๆ มา ๆ หลายรอบ แล้วห้องไม่ว่างวันที่จะไป

    ก็เลยต้องมาลงเอยที่  Belgrave เพราะว่าตั้งใจจะพักในย่าน Victoria อยู่แล้ว

    วิธีก็คือ เดินตามหนังสือแนะนำเป๊ะ ๆ เพราะว่ายังไม่มี map (ทามมายหา map ฟรีไม่ได้เลยเนี่ย)

    พอเช็คอินเสร็จ ก็ออกไปหาอะไรทานกัน เพราะว่ามาถึงยังไม่มีอะไรตกถึงท้องกันเลย

    ประกอบกับมีตั๋วเดินทางเรียบร้อย ก็ต้องไปใช้ซะหน่อย

    ระหว่างทางจากสถานีรถไฟใต้ดิน เดินไปยังโรงแรม ค่อนข้างเงียบ อาจจะเพราะว่าเป็นวันอาทิตย์ด้วย

    ก็เลยตัดสินใจไปย่าน China town กัน รู้แต่ว่าอยู่ใกล้กับ Piccadilly ก็เลยไปมั่ว ๆ เอา

    สรุปว่าหา China Town ไม่เจอ ทั้งที่จริง ๆ แล้วเดินไปอีกหน่อยก็เจอ

    เลยได้กินมื้อแรกเป็น KFC... โธ่เอ๋ย ไปถึงอังกฤษ ยังมิวายจะได้กิน KFC อีกโน๊ะ

    ถือว่ามื้อแรก ยังไม่คุ้นเคยละกัน (ปลอบใจตัวเอง อิอิ)

    แล้วก็เดินเล่น ถ่ายรูปแสงสีในย่าน Piccadilly เล็กน้อย 

    หลังจากเดินกันพักใหญ่ เริ่มหนาว และเมื่อยพอสมควร

    ก็ได้เวลากลับไปพักเอาแรงซะที

    ขากลับ ก็เลยถือโอกาสหาทางอื่นที่คิดว่าน่าจะใกล้โรงแรมที่สุด

    (คิดว่าตามหนังสือ น่าจะบอกวิธีที่ง่าย แต่ไม่ใช่่วิธีที่ใกล้)

    เลยกลายเป็นว่าเดินเลย อ้อมไปหลายซอยทีเดียว เหอเหอ

    โรงแรมนี้ ก็ถือว่าสะอาดนะ

    เตียงเป็นเตียงสปริง นอนทีแรกก็รู้สึกเจ็บหลัง

    แต่ตื่่นมาก็ไม่ได้รู้สึกว่าปวดหลังอะไร อาจจะแค่ไม่คุ้นเคยเท่านั้นเอง

    สิงคโปร์ 4-6 กพ. 52

    ทริปนี้พี่โป้งใจดี นอกจากพาลูกน้องไปเที่ยวแล้ว ยังพาแม่ ภรรยา พ่อ-แม่ของภรรยาไปเที่ยวด้วย
    ไม่ใช่อะไร แบบว่าต้องไปทำงานที่สิงคโปร์กับลูกน้องอยู่แล้ว ไปเที่ยวซะด้วยเลยดีกว่า ประหยัดค่าตั๋วไปได้อีกหน่อย

    วันแรกออกเดินทางก็เลทกันตั้งแต่ขาไปเลย เช็คอินช้า คนเยอะ ได้ที่นั่งหลังสุด ปรับเอนไม่ได้ เมื่อยมาก และก็ยังไม่มีเวลาเดินช๊อปปิ้งใน Duty Free อีก เศร้าจิง T_T
    ไปถึง Changi Airport ก็เกือบบ่าย กว่าจะออกจากสนามบิน กว่าจะไปถึงโรงแรมเช็คอิน ก็เกือบบ่ายสองแล้ว
    และด้วยโรงแรมใกล้กับ Little India เลยกะว่าไปกินกันแถวนั้น
    ปรากฎว่าฝนตกหนัก และก็ตก ๆ หยุด ๆ เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ เริ่มหิวตาลายกันแล้ว บ่ายนั้นเลยไม่ได้ไป Mustafa
    เปลี่ยนแผนไป China Town ดีกว่า ต้องมีของกินแน่นอน
    พอออกจากสถานี MRT ปุีป เจอร้านไหนก็นั่งร้านนั้นเลย เพราะหิวกันสุดๆ
    ร้านก็อยู่ตรงข้ามกับ China Town Heritage Center เลย

    edit-2804 

    กินบะหมี่ ข้าวหมูแดง ข้าวหน้าเป็ด ข้าวผัดไก่ ร้านนี้รสชาดไม่ประทับใจ ราคาก็ไม่ได้ถูกเลย ไม่แนะนำอย่างแรง
    อ่อ ใครไปแล้วไม่เอาผ้าเย็นที่เค้ามาเสริฟก็คืนได้ ซองละ 0.50 SGD นะ
    หลังจากอิ่มกันแล้ว เดินเล่นย่าน China Town ร้านรวงก็เปิดกันไม่ค่อยมากเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าเป็นวันธรรมดาหรือเปล่า??
    แต่ก็ยังพอเห็น Kiosk ขายอาหารอยู่บ้าง หน้าตาดีกว่าร้านที่นั่งซะอีก ถ้ามีเวลา+ท้องยังไม่อิ่มคงได้แวะรายทางแน่ ๆ

    ส่วนตอนเย็น นัดพี่โป้ง(ซึ่งล่วงหน้ามาทำงานก่อน 1 วัน) ไว้ที่ Clark Quay

    edit-2829 

    edit-2832

    edit-2827

    หลังจากเดินวนจนรอบ ก็ตัดสินใจกินอาหารทะเลที่ร้าน Jumbo ร้านแนะนำในหนังสือของที่นั่น

    edit-2862

    edit-2866

    นั่งดุเมนูอยู่นาน ก็เลือกสั่งอาหารเป็นเซต 6 อย่าง
    มีสลัดแซลมอน ปูผัดพริกไทยดำ กุ้งลวก ผัดหอยเชลล์+หอยงวงช้าง ปลากระพงนึ่งซีอิ๊ว ผัดหมี่ และของหวานเป็นลำไย+ลูกตาลเชื่อม
    อาหารอร่อยมาก ปูตัวยักษ์แต่เผ็ดไปนี๊สส กุ้งไม่ใหญ่ แต่หวานสุด ๆ อย่างอื่นก็รสชาดกลมกล่อม+สดทุกอย่าง

    edit-2875 edit-2881edit-2877 edit-2879   edit-2884
    มากัน 6 คน อาหาร 6 อย่าง อิ่มกันมากมาย กว่าจะเสร็จมือนี้ก็ประมาณ 3-4 ทุ่มโน่น

    edit-2892 

     

    เช้าวันที่ 5 กพ. โปรแกรมคือ Fountain of Wealth, Esplanade, Merlion, Bugis Street และ Orchard Road
    แต่พลาด Fountain of Wealth ไป เพราะว่าอ่านจาก Brochure เข้าใจผิดคิดว่ามีการแสดงน้ำพุประกอบเพลงตอน 1-3 ทุ่ม กะจะมาอีกรอบตอนนั้น
    ก็พึ่งจะมารู้ทีหลังจาก Visitor Center ที่ Orchard (ตอนเย็น ๆ แล้ว) บอกว่าไม่มีอะไร เค้าแค่ไปลูบ ๆ คลำ ๆ เพื่อความโชคดีมั่งคั่งเท่านั้น... รู้งี้แวะตั้งแต่ก่อนไป Esplanarde แล้วเนอะ

    edit-3011

    edit-2963 

    edit-2971 

    edit-2978

    เนื่องด้วย ทริปนี้ประกอบด้ยผู้สูงอายุ 3 คน วัยรุ่น 1 คน และวัยกลางคนอีก 2 คน *_*
    ก็เลยเดินกันไม่ได้มากนัก เดิน ๆ พัก ๆ กันทั้งวัน ครั้นจะเดินหาอาหารอร่อย ๆ ตามตลาด ก้เลยเป็นกิน Food court ตามห้างแทน
    มื้อกลางวันเลยจบที่ Bugis Junction และมื้อเย็นที่ Food Republic ในห้าง Wisma Atria

    edit-3014

    edit-3030

    edit-3032

    ส่วนการ window shopping ที่ Orchard นั้น เดินไปได้เพียงครึ่งถนนเท่านั้น อันเนื่องด้วยเหตุผลข้างบน และอีกเหตุผลคือ Visitor Center (อยู่ช่วงกลางของถนน Orchard แล้ว) แนะนำให้ซื้อเครื่องสำอางค์ทีห้าง Lucky ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ Wisma Atria ที่เราเดินผ่านมาครึ่งทางแล้ว ก็เลยต้องย้อนกลับทางเก่า แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะว่าเครือ่งสำอางค์ที่เค้าแนะนำ ไม่ใช่เครื่องสำอางค์แบบบูธในห้าง แต่เป็นเหมือนของปลอมบ้านเรา (เจ๊ดันบอกว่ามี all international brand คนสิงคโปร์ก็ไปซื้อกันที่นั่น *_*) ก็สรุปว่าไม่ได้ช๊อปปิ้งอะไรเลย

    edit-3047

    ขากลับก็ส่งผู้ใหญ่ทั้ง 3 + วัยรุ่นอีก 1 ขึ้นแท๊กซี่กลับโรงแรมไปก่อน ราคาเพียง 5.40 SGD เท่านั้น
    ส่วนวัยกลางคนอีก 2 เดินต่อกันอีกนิดหน่อยและนั่ง MRT กลับ

    ถึงโรงแรมอาบน้ำอาบท่าเตรียมนอน ก็ชวนกันไปเดินเล่นใกล้ ๆ โรงแรมอีก เดินไปเดินมาไปโผล่ที่ Bugis ซะงั้น นี่ถ้าตอนกลางวันเดินกลับเนี่ย น่าจะถึงเร็ว และระยะทางใกล้กว่ากลับด้วย MRT อีก กว่าจะมารู้ก็เหนื่อยขาลากกันไปเรียบร้อยแล้ว

    เช้าวันสุดท้าย ชิลๆ เพราะว่าโปรแกรมมีที่เดียว คือไป Sentosa
    ก็เลยตื่นกันสายนิดนึง นั่ง MRT ไปขึ้น Monorail ที่สถานี Habour Front และขึ้นไปที่ ชั้น 3 Lobby L
    ก็ซื้อตั๋วคนละ 3 SGD เป็นค่า Monorail 1 SGD + ค่าเข้า Sentosa 2 SGD

    edit-3087

    ก็ไปลงที่  Beach Station ก่อนเลย เพราะคิดว่า Merlion ตัวพ่อจะอยู่ใกล้กับสถานีนี้ พอผ่าน Imbiah ถึงจะถึงบางอ้อว่ามันต้องลงตรงนี้ก่อน
    พอถึงที่ Beach ก็นั่ง Tram ไป Siloso, Underwaterworld ถ่ายรูปอย่างเดียวเลย
    เสร็จค่อยย้อนกลับไปที่ Imbiah เพื่อไปถ่ายรุป Merlion ตัวหย่าย + กะขึ้นบันไดเลื่อนไปถ่ายรุปกับ Tiger Sky Tower

    edit-3109  edit-3113

    edit-3132

    edit-3159  edit-3225

    edit-3179  edit-3161 

    edit-3207  edit-3196

    edit-3216

    ไม่น่าเชื่อว่าไปแค่นี้ ไม่ได้ทำอะไรเลย ยังใช้เวลาหลายชั่วโมง จนเลยเวลาอาหารเที่ยงไปอีกแล้ว พาให้ผู้ร่วมทริปหิวกันตาลาย
    ดังนั้น โปรแกรมอาหารกลางวันที่ China Town ก็เลยพับไป เพราะบ่ายคล้อยแล้ว ไปไม่ไหวแน่ เพราะต้องไปเดินหาแหล่งอีก
    ก้เลยจบที่ Food Republic ในห้าง Vivo นั่นแหละ

     edit-3090  edit-1639

    หลังจากอิ่มท้องก็เลยเดินเล่น ย่อยอาหารกันในห้างซักแป๊ป ก็ได้เวลาไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรมเพื่อกลับกรุงเทพแล้ว

    edit-1649   edit-3256

    Bye bye Singapore

     

     

    หมายเหตุ
    **ควรไปเช็คอินให้เร็วหน่อย 2-3 ชม.ก่อนเครื่องออก จะได้ที่นั่งหน้า ๆ หรือกลาง ๆ
    และมีเวลาเดินช๊อปปิ้ง ดูของใน Duty Free
    **อาหารที่สิงคโปร์จานใหญ่มาก(จานเล็กของเค้า) สำหรับผู้หญิงสามารถแบ่งกันกิน 2 คน/จานได้ สำหรับผู้ชายก็อาจจะอิ่ม-อิ่มมาก
    **น้ำดื่ม(น้ำแร่)ใน 7-11 แพงกว่าข้างนอก/food court (2.30 SGD และ 2.00-2.20)
    **ควรพกร่มไปด้วย เผื่อฝนตก
    **ถนนบางถนน เดินง่าย+เร็วกว่าขึ้น MRT เพราะกว่าจะเดินลงไปถึงสถานี กว่าจะเดินออก มันก็ไกลโข ควรศึกษาแผนที่ให้ดี
    **Origins ใน Duty Free Changi คำนวณออกมาแล้วราคาใกล้เคียงกับซื้อที่ USA เลย

    คอนโดให้เช่าจ้า

    โครงการของศุภาลัย สร้างเสร็จเดือนพ.ค.51  ชื่อโครงการซิตี้โฮม สุขุมวิท (สุขุมวิทซอย 101/2) ห่างสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุขเพียง 50 เมตร อยู่ใกล้ปิยรมณ์สปอร์ตคลับ เซ็นทรัลบางนา ตลาดสด ทางด่วนบางนา ทางด่วนสุขุมวิท 62 มีรปภ.รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ที่จอดรถใต้อาคาร เข้าออกอาคารด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ

    ห้อง 29 ตรม. อย